หันทะ มะยัง อารักขะกัมมัฏฐานะ คาถาโย ภะณามะ เส

พุทธานุสสะติ เมตตา จะ อะสุภะ มะระณัสสะติ,
อิจจิมา จะตุรารักขา กาตัพพา จะ วิปัสสะนา

กัมมัฏฐานทั้ง ๔ นี้คือ :-

พุทธานุสสติ การระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า
เมตตา การปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข
อสุภะ การพิจารณากายให้เห็นเป็นของไม่งาม
มรณัสสติ การระลึกถึงความตาย
การปฏิบัติภาวนาทั้ง ๔ นี้ ชื่อว่า อารักขกัมมัฏฐาน และวิปัสสนาอันพึงบำเพ็ญ

วิสุทธะธัมมะสันตาโน อะนุตตะรายะ โพธิยา,
โยคะโต จะ ปะโพธา จะ พุทโธ พุทโธติ ญายะเต

พระพุทธเจ้าทรงมีพระทัยที่บริบูรณ์
ด้วยพระธรรมอันบริสุทธิ์ ทรงเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน
มีพระปัญญาตรัสรู้ธรรมอันยอดเยี่ยม
ทรงชักนำสั่งสอนหมู่มนุษย์ให้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง

นะรานะระติรัจฉานะเภทา สัตตา สุเขสิโน,
สัพเพปิ สุขิโน โหนตุ สุขิตัตตา จะ เขมิโน

สัตว์ทั้งหลาย ทั้งมนุษย์อมนุษย์และดิรัจฉาน
ต่างเป็นผู้แสวงหาความสุขด้วยกันทั้งนั้น
ขอสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น จงเป็นผู้มีความสุข
และเป็นผู้มีความเบิกบาน เพราะถึงซึ่งความสุขนั้นเถิด

เกสะโลมาทิฉะวานัง อะยะเมวะ สะมุสสะโย,
กาโย สัพโพปิ เชคุจโฉ วัณณาทิโต ปะฏิกกุโล

กายนี้แล เป็นที่รวมแห่งซากศพ มีผมขนเป็นต้น
ซึ่งล้วนแต่เป็นของน่าเบื่อหน่าย เป็นของปฏิกูล
โดยมีสีและกลิ่นอันน่าเกลียดเป็นต้น

ชีวิตินทฺริยุปัจเฉทะ สังขาตะมะระณัง สิยา,
สัพเพสังปีธะ ปาณีนัง ตัณหิ ธุวัง นะ ชีวิตัง

ความตายคือความแตกสลายแห่งชีวิต
จะมีแก่สัตว์ทั้งหมดทั้งสิ้นในโลกนี้
เพราะว่าความตายเป็นของเที่ยง
ชีวิตความเป็นอยู่เป็นของไม่เที่ยง ดังนี้แล