ครั้งอดีตกาล มีป่าใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ๆ กับถนนนั้นมีบ่อน้ำเล็ก แต่ลึก แต่สัตว์ทั้งหลายหิวกระหายน้ำ ต่างไม่อาจลงไปดื่มน้ำได้ พวกมนุษย์เห็นสัตว์อยู่รอบๆ บ่อน้ำนั้น ก็รู้ว่าพวกสัตว์หิวน้ำ จึงนำไม้มาทำถังน้ำ ผูกเชือกแล้วหย่อนลงไปในบ่อน้ำ ดึงน้ำขึ้นมาเทใส่ไว้ในอ่างดิน และภาชนะที่ประชาชนนำมาบริจาคไว้

สัตว์ที่อาศัยในป่านั้นเช่นลิง ต่างดื่มน้ำจากมนุษย์ผู้ต้องการบุญ ซึ่งสัญจรผ่านไปผ่านมา ถ้าไม่มีคนสัญจรแวะพักบริเวณบ่อน้ำนั้น สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นก็จะไม่มีน้ำดื่ม

ครั้งหนึ่ง พวกสัตว์ขาดน้ำอยู่ ๒-๓ วัน ลิงตัวหนึ่งกระหายน้ำกระวนกระวายใจมากเที่ยวชะโงกดูบ่อน้ำบ่อยๆ พราหมณ์โพธิสัตว์สัญจรผ่านมาและแวะพักเห็นบ่อน้ำ จึงใช้ถังตักน้ำขึ้นมาดื่มและล้างมือล้างเท้า เห็นลิงตัวนั้นแล้วเกิดความสงสาร จึงตักน้ำใส่ภาชนะไว้ให้มันดื่ม

จากนั้น พระโพธิสัตว์ก็เข้าไปโคนไม้หมายจะนอนพักสักหน่อย ลิงตัวนั้นดื่มน้ำ แล้วมองมาทางพระโพธิสัตว์ ทำหน้าตาลอกแลก หลอกล่อ (ทำเหมือนลิงหลอกเจ้า) พระโพธิสัตว์เห็นอาการที่มันทะลึ่งทะเล้นแล้วกล่าวว่า “เฮ้ย เจ้าลิงตัวร้าย เจ้ากระวนกระวายกระหายน้ำ ตัวข้าก็ตักให้เจ้าดื่มแล้ว แต่เจ้ากลับยังมาทำหน้าตาทะลึ่งกับเราอีกหรือ ข้าอนาถใจจริงๆ ที่ช่วยเหลือสัตว์ชั่วอย่างเจ้า” แล้วกล่าวอีกว่า

“เจ้าถูกความร้อนแผดเผาหิวน้ำอยู่ ข้าก็ให้น้ำเจ้าดื่มอย่างเพียงพอ ตอนนี้เจ้าดื่มน้ำแล้วยังมาทำเสียงเจี๊ยกๆ อยู่อีก การคบหากับคนชั่วไม่ประเสริฐเลย”

ลิงผู้ประทุษร้ายมิตรได้ฟังแล้วกล่าวว่า…

“ท่านช่วยเราแค่นี้ท่านอย่าคิดว่าเป็นบุญเป็นคุณกันมากมาย ตอนนี้เราจะถ่ายคูถรดหัวท่านด้วย”

แล้วกล่าวอีกว่า…

“ท่านเคยได้ยินหรือเคยได้เห็นมาหรือว่า ลิงตัวไหนมีศีล (มีความประพฤติดี, มีมารยาทดี) ตอนนี้เราจะถ่ายอุจจาระรดหัวของท่าน นี่เป็นธรรมดาของพวกเรา (=คือเป็นธรรมชาติของลิง)”

จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นต้นไม้ ห้อยโหนไปมาอยู่เหนือศีรษะพระโพธิสัตว์ แล้วถ่ายอุจจาระลงมาถูกศีรษะ แล้วมันก็ส่งเสียงร้อง ห้อยโหนวิ่งกระโดดหายเข้าป่าไป

พระโพธิสัตว์ต้องอาบน้ำชำระร่างกายที่บ่อน้ำแล้วออกเดินทางต่อไป

ดู ทุพภิยมักกฎชาดก : ขุ.ชา.ทุกนิบาต ข้อ ๑๙๗-๘, ชา.อ.๑/๖/๑๐๕-๗

คติสำคัญของเรื่อง

จงคิดเอาไว้บ้างว่า การทำอุปการะแก่ผู้อื่น เขาอาจจะไม่ถือเป็นบุญเป็นคุณก็ได้