คำถามที่ ๑๗

คนที่ชอบดื่มไวน์ส่วนหนึ่งจะอ้างว่าเพื่อเข้าสังคม เพื่อสุขภาพ และให้เหตุผลว่าดื่มนิดเดียว ไม่น่าจะผิดศีล เพราะไม่ได้มึนเมา ท่านอาจารย์เห็นว่าอย่างไร

คำตอบ

เรื่องการเข้าข้างตัวเองนี่เห็นไหม พอหมอคนสองคนบอกว่าดื่มไวน์นี่ดี แก้หลายโรค ข่าวนี้ดังทั่วประเทศ ดังเร็วมาก ทั้งๆ ที่ตอนหลังก็มีหมออีกพวกหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ แต่กรณีหลัง ไม่เห็นใครเคยได้ยินเลยใช่ไหม จําได้แต่หมอที่บอกว่าดี ขอพูดเรื่องศีลนิดหนึ่งว่า ถ้าเรามองศีลแบบจริยธรรมสากลแบบฝรั่ง เป็นข้อๆ ไป อย่างเช่น ศีล ศาสนานั้นก็มีศาสนานี้ก็มี แล้วเราก็เอาแค่การเบียดเบียนคนอื่นเป็นหลักใหญ่ เราจะไม่เข้าใจระบบศีลธรรมของศาสนาพุทธ

ระบบศีลธรรมของพุทธไม่เหมือนระบบศีลธรรมในศาสนาอื่น มีข้อแตกต่างที่สำคัญมาก ในศาสนาที่พระผู้เป็นเป็นหลักก็ถือว่าศีลธรรมมาจากท่าน ท่านเป็นผู้สั่งว่าต้องอย่างนี้ เพราะพระผู้เป็นเจ้าหรือเทพสูงสุดชอบอย่างนี้ ต้องการให้มนุษย์เป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างนี้ให้รางวัล ถ้าทําอย่างนี้ลงโทษ เป็นระบบที่พระผู้เป็นเจ้ากําหนดทุกอย่าง ถ้ามีระบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแบบนี้ มันก็ต้องมีระบบเส้นสายตามมาด้วย ถ้าทําผิดต้องใช้เส้นสายขอร้องให้ผ่อนหนักเป็นเบา เพราะว่าถ้าความผิดขึ้นอยู่กันท่านองค์เดียว ถ้าเราขอดีๆ ท่านอาจจะเห็นใจเราอาจจะยกโทษให้เรา อันนี้คือระบบศีลธรรมของศาสนาที่มีเทพเจ้าสูงสุด เป็นผู้บันดาลหรือเป็นผู้บัญญัติ

กรณีของพุทธเรานี่ไม่ใช่อย่างนั้น เราถือว่ามนุษย์มีศักยภาพเข้าถึงสิ่งที่แท้จริง เข้าถึงสิ่งสูงสุดได้ด้วยการฝึกกาย วาจา ใจ ตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด ซึ่งเป็นระบบองค์รวม ศีลคือการกระทําทั้งกายวาจาที่จะนําไปสู่สมาธิ และปัญญา ถ้าเรามองแต่ในแง่ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่ทําให้ คนอื่นเดือดร้อนใจ ก็เป็นแค่แง่หนึ่งระดับหนึ่งของศีล

ถ้าเราเป็นชาวพุทธที่มีความเชื่อมั่นในคําสอน และพยายามจะปฏิบัติตามคําสอนของพระศาสนา เราต้องการศีลในระดับที่เป็นส่วนหนึ่งของมรรค ศีลที่จะนําไปสู่ความสงบที่จะนําไปสู่ปัญญา ในแง่นี้ในระดับนี้ กินเหล้านี่ผิดอย่างชัดเจน สําหรับอาตมาไม่คิดอะไรมาก ถ้าพระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าเพิ่งทํา ก็ถือว่าท่านเป็นพ่อของเรา ท่านห้าม เราก็ไม่ต้องทาน เราก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมาก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ผู้ที่จะเจริญในธรรมไม่ควรทาน ถ้าเราต้องการจะเจริญในธรรม เราเชื่อพระพุทธเจ้า ก็จบแค่นั้น ไม่ทาน

เมื่อเรารักษาศีลห้าข้อครบ พอเราอ่านพระสูตร ฟังพระเทศน์ คุณธรรมของอุบาสก อุบาสิกา ศีลของพระอริยะเจ้าในระดับโสดาบัน ท่านก็รักษาศีลห้าข้อ เราก็นึกในใจ เราก็มีเหมือนกันนะ แสดงว่าถูกทางแล้ว มันก็เกิดความปราโมทย์ เกิดปีติอยู่ในใจว่า เราเป็นลูกที่ดีของท่าน อาตมาว่านี่เป็นเหตุผล สำหรับคนที่ไม่เคยศึกษาพุทธศาสนาเลยคงจะไม่เข้าใจ ยิ่งพวกที่ไปอยู่เมืองนอกนานๆ ไปสับสนกับ ศาสนาต่างๆ ไม่แยกแยะ หรือไปมองพุทธศาสนาแบบฝรั่งยิ่งไม่เข้าใจเลยเรื่องนี้

เราต้องเรียนรู้ระบบพุทธศาสนา ศีลธรรมของเรามีเอกลักษณ์อย่างไร สัมพันธ์กับเรื่องสมาธิปัญญาอย่างไรในชีวิตที่ดีงาม มันจึงจะเข้าใจ ทีนี้เพื่อเข้าสังคม สังคมก็มิได้มีหนึ่งอันเดียวมิใช่หรือ สังคมมันเป็นปึกแผ่น และมีอันหนึ่งอันเดียวกันที่ตายตัว หรือว่ามีข้อบังคับอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ใช่ อาตมาว่าไม่ใช่ มันมีหลายสังคมเหลือเกิน มันไม่ใช่ว่าเรามีหน้าที่ที่จะปรับตัวเข้ากับสังคมของพวกกินเหล้า

ที่จริงผู้ที่มีศรัทธาปฏิบัติธรรมควรจะเป็นคนช่วยนําสังคมในด้านศีลธรรม เพราะพวกที่สนใจศึกษาคําสอนของพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นอุบาสก อุบาสิกาที่ดี เป็นฝ่ายฆราวาสที่ดี ในสังคมพุทธเรานี่แหละ ควรจะเป็นผู้นําในเรื่องที่ดี เขาควรจะต้องเลิกกินเหล้าเพื่อเข้าสังคมกับเรา ไม่ใช่ว่าเราจะต้องกิน เพื่อเข้าสังคมกับเขา และถ้าไม่กินเลยมันจะเสียหายจริงๆ หรือ ทําไมประเทศมาเลเซีย ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศอิสลาม เขาก็มีนักธุรกิจชั้นนําของเขาที่ไม่กินไม่ใช่หรือ ทุกวันนี้อิสลามที่ไม่กินก็มีมากมาย ฝรั่งก็ยังมีบางส่วน ถึงจะกินส่วนมากก็ไม่ใช่ว่ากินทุกคน

อาตมาว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นชาวพุทธที่ดี เราต้องสร้างกระแส เช่นว่า ขอโทษ ฉันไม่ทาน ฉันถือศีล อ้า ถือศีลหรือ พุทธก็มีศีลด้วยหรือ ไม่เคยได้ยิน ใช่ เราก็งดเว้นจากการดื่มของพวกนี้ ฝรั่งเขาก็ประทับใจเหมือนกัน คิดแต่ว่า อิสลามมีศีล และเข้าใจว่าของพุทธอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ทําไมชาวพุทธเราทําไม่ได้ เรามีแต่อ้างสังคมอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราต้องการให้เป็นสังคมพุทธ เราก็ต้องยืนหยัดในหลักการของเรา ไม่ใช่ว่าอนุโลมในทุกสิ่งทุกอย่างที่มันตรงกับกิเลสของเรา และถ้าหลายๆ คนช่วยกันบอกว่าไม่ทาน ก็จะไม่ใช่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็กลายเป็นที่ยอมรับได้ ถ้าจะมีปาร์ตี้ งานสังสรรค์อะไรก็ควรจัดเครื่องดื่มสําหรับผู้ที่งดเหล้า มันไม่เห็นจะยากอะไร อาจจะเป็นน้ำองุ่น หรือน้ำผลไม้อะไรก็ได้ สติปัญญาของเราปกติมันก็ไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์นะ รักษาได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าทานเหล้านี่ถึงจะเล็กน้อยก็เป็นการเบียดเบียนสติปัญญาของตนเอง

ในส่วนที่ว่าถึงจะกินแล้วไม่เมา ขอถามว่าชอบดื่มที่ตรงไหน สมมติว่า คนชอบเพราะมันช่วยทําให้กล้าใช่ไหม คนที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตนเอง พูดง่ายๆ คือ เหล้าละลายหิริ โอตตัปปะ มีใครไหม กินแล้วไม่เมา กินแล้วไม่เคยพูดสิ่งไม่ควรพูด ถ้าตอบว่า ผมกินแล้วผมไม่เมาหรอก รับรองได้ไหมว่าไม่เคยทําอะไรที่ว่า ตอนหลังรู้สึกเขินรู้สึกละอายที่พูดไป หรือทําไปเพราะฤทธิ์ของเหล้า อาตมาว่าเราจะพูดสิ่ง ที่ไม่ควรพูด ทําสิ่งที่ไม่ควรทําเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องกินเหล้ามันมีโทษต่อสังคมมาก ตามสถิติที่เขารวบรวม ตอนนี้คนไทยดื่มน้ำเมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียว เขาเรียกว่าบริโภคต่อหัวหรือต่อตับ ปีหนึ่งเป็นร้อยๆ ลิตร เป็นเรื่องที่น่าคิดน่าเป็นห่วงจริงๆ

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร