คำถามที่ ๑๒

โกหกเพื่อให้พ่อแม่สบายใจบาปหรือไม่

คำตอบ

ถ้าตั้งใจพูดเรื่องที่ไม่จริงมันก็บาป แต่จะบาปมากบาปน้อยก็อยู่ที่เหตุผล อย่างน้อยที่สุดถ้าเราโกหก แล้วตอนหลังคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าเราโกหก มันก็คงเป็นปัญหาใช่ไหม ต่อไปเมื่อเราพูดความจริง ท่านก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเรา เพราะผู้ที่โกหกจะเป็นผู้ที่คนอื่นไว้ใจได้ยาก และผลกรรมมีอย่างหนึ่ง ถ้าเราเป็นคนชอบโกหก เคยโกหก เราเองก็จะไม่ค่อยเชื่อคนอื่นด้วย เพราะเราคิดว่าถ้าเป็นเรานี่ก็คงไม่พูดความจริง เลยเอาความรู้สึกของเราไปทับใส่คนอื่น เราเองก็ไม่ค่อยจะพูดความจริงในเรื่องนี้ คนอื่นพูดเราก็ไม่เชื่อเขา ผลกรรมแบบนี้เห็นได้ชัด คือไม่ต้องพูดถึงว่าจะเห็นผลหลังจากตายแล้วหรือรอชาติหน้า ที่เห็นได้ชัดในทันที ข้อหนึ่งก็คือคนไม่ค่อยจะเชื่อเรา สอง เราก็ไม่ค่อยเชื่อคนอื่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกันจะลดน้อยลง

เรื่องการตอบคำถาม พระพุทธเจ้าบอกว่ามี ๔ อย่าง แต่ต้องมีสติปัญญาเลือกให้ถูก ลำดับแรก เลือกดูคำถาม ต้องแยกแยะคำถามให้ถูก อย่างเช่นบางคำถามควรจะตอบตรงไปตรงมา ใช่หรือไม่ใช่ ในกรณีที่สอง บางคำถามเราควรจะแยกประเด็นในการตอบ มันไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง ต้องรู้จักแยกประเด็น ข้อที่สาม คือย้อนถาม อย่างเช่น หลวงพ่อชาซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของอาตมาท่านจะเชี่ยวชาญในเรื่องนี้

ครั้งหนึ่ง เคยมีโยมถามท่านหลวงพ่อ ชาติหน้ามีจริงไหม สวรรค์นรกมีจริงไหม หลวงพ่อย้อนถามว่าถ้าหลวงพ่อตอบโยมจะเชื่อไหม โยมก็บอกว่าเชื่อครับหลวงพ่อ หลวงพ่อจึงย้อนให้ว่า ถ้าโยมเชื่อโยมก็โง่สิ เพราะหลวงพ่อไม่มีทางจะพิสูจน์ให้โยมได้ว่ามีหรือไม่มี บางทีการย้อนถามก็เป็นวิธีที่จะเข้าถึงตัวประเด็นได้ดีมาก ในกรณีที่สี่ คือไม่ตอบเลย พระพุทธเจ้าท่านเห็นว่าคำถามบางคำถามตั้งไว้บนฐานที่ผิด ถ้าตอบอย่างไรก็เพิ่งความสับสนของผู้ถาม ฉะนั้นท่านจะไม่ตอบเลย นี่ถ้าใครถาม เราก็ต้องพิจารณาว่าคำถามเป็นคำถามแบบไหน ควรจะตอบอย่างไร นี่เป็นวิชาของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร

หน้ารวมหนังสือ “คลายปม ๑”