ความคิดอันคับแคบ พันธนาการที่ปิดประตูแห่งสัจจะ (ติช นัท ฮันห์)
ทีฆนขดาบส มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า “พระสมณโคดมผู้เจริญ คำสอนของท่านเป็นเช่นไร ลัทธิของท่านมีอะไรบ้าง สำหรับแนวทางของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปฏิเสธลัทธิและทฤษฏีทั้งปวง ข้าพเจ้าไม่สังกัดกับความเชื่อใด“
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแย้มพระสรวลแล้วตรัสว่า “ท่านสังกัดอยู่กับลัทธิซึ่งไม่เชื่อในลัทธิใด ใช่หรือไม่ ท่านเชื่อในอนิสรณวาที อันเป็นลัทธิแห่งความไม่เชื่อ ใช่หรือไม่“
ทีฆนขะถึงกับผงะเล็กน้อย ก่อนทูลตอบ “พระสมณโคดม สิ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อหรือไม่เชื่อ มิใช่ประเด็นสำคัญ”
ทรงมีพระพุทธดำรัสอย่างอ่อนโยนว่า “เมื่อบุคคลตกอยู่ในความเชื่อของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง เขาย่อมสูญเสียอิสรภาพทั้งหมด เมื่อบุคคลหลงงมงายในลัทธิ เขามักเชื่อว่าลัทธิของเขาเป็นสัจจะเพียงหนึ่งเดียว และลัทธิอื่นทั้งปวงเป็นของเหลวไหล การทะเลาะวิวาทและความขัดแย้งทั้งมวลมักเกิดขึ้นจากทัศนะอันคับแคบนี้ ความขัดแย้งจะขยายกว้างออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เวลาอันมีค่าสูญเปล่าไป และบางคราวถึงกับนำไปสู่สงคราม การยึดติดในความคิดเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่สุดที่ขัดขวางหนทางแห่งจิตวิญญาณ การผูกพันธนาการอยู่กับความคิดอันคับแคบ บุคคลย่อมถูกปิดกั้นไว้จนกระทั่งไม่ยอมให้ประตูแห่งสัจจะเปิดเข้ามาได้“
————————————————————
(ต่อไปนี้ขยายความ ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้ครับ)
“ตถาคตขอเล่าเรื่องของพ่อม่ายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งอยู่กับลูกชายวัยห้าขวบของเขา เขาฟูมฟักเลี้ยงดูลูกชายยิ่งกว่าชีวิตของเขาเอง วันหนึ่งเขาออกไปทำธุระ ปล่อยลูกชายไว้ที่บ้านตามลำพัง ในระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านนั้นเอง กลุ่มโจรได้เข้าปล้นและเผาหมู่บ้านทั้งหมด พวกโจรได้ลักพาลูกชายของเขาไปด้วย เมื่อพ่อม่ายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน ก็พบซากดำเป็นตอตะโกของเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่ข้างบ้านของเขาซึ่งถูกไฟไหม้ และเข้าใจว่านี้เป็นร่างลูกน้อยของเขา เขาเศร้าโศกเสียใจมาก และจัดการณาปนกิจซากศพนั้นจนเป็นเถ้าถ่าน เพราะเหตุที่เขารักลูกชายมากเหลือเกิน เขาจึงบรรจุถ้ากระดูกไว้ในถุงไถ้ พาติดตัวไปทุกหนแห่ง หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา ลูกชายของเขาได้เล็ดลอดหลบหนีพวกโจรออกมาได้ แล้วหาทางกลับบ้าน เจ้าหนูมาถึงบ้านในยามเที่ยงคืนแล้วเคาะประตูเรียก ในขณะนั้นผู้เป็นพ่อกำลังกอดถุงถ้ากระดูกร่ำไห้อาลัยอาวรณ์อยู่พอดี เขาไม่ยอมเปิดประตูแม้ว่าหนูน้อยจะตะโกนบอกว่าตนเป็นลูกชายของเขา เขาเชื่อว่าลูกชายของเขาตายแล้ว เจ้าเด็กที่กำลังเคาะประตูนั่นคงเป็นเด็กข้างบ้านที่มาล้อเล่นกับความทุกข์โศกของเขา ในที่สุดลูกชายของเขาไม่มีทางเลือก จึงต้องพเนจรจากไป ด้วยเหตุนี้แล พ่อและลูกชายจึงจากกันไปชั่วนิรันดร์
เห็นไหม สหาย หากเรายึดติดอยู่กับความเชื่อบางอย่าง แล้วหลงว่าเป็นสัจจะสมบูรณ์ สักวันหนึ่งเราก็จะพบว่า ตนเองตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับพ่อม่ายหนุ่มคนนนี้ เมื่อใดที่คิดว่าเราเข้าถึงสัจจะแล้ว เมื่อนั้นเราจะไม่สามารถเปิดใจของเราต้อนรับสัจจะได้ แม้ว่าสัจจะจะมาเคาะเรียกอยู่ที่ประตูก็ตาม“
จากหนังสือ “คือเมฆสีขาว ทางก้าวเก่าแก่” เล่ม ๒ เขียนโดย ติช นัท ฮันห์
บุญอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ:

