ชีวิตเหมือนการค้าขาย
การเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกันกับเราพากันมาค้าขาย มีทุนมาคนละเท่าๆกัน เริ่มต้นคลอดออกมาจากท้องแม่เหมือนกันหมด คือ จนที่สุด เพราะไม่มีผ้าติดตัวมาสักนิด จะพูดจาปราศรัยกับใครๆ ก็ไม่เป็น…
ถ้าเราขายขาดทุน เราก็เดือดร้อน ไม่มั่งคั่งสมบูรณ์เป็นแน่ๆ เพราะทุนก็หมด กำไรก็หด เราผู้เป็นเจ้าของก็ต้องยากจนลงไปเป็นลำดับๆ ข้อนี้ฉันใด ชีวิตของคนผู้เกิดมาในโลกก็ฉันนั้น ถ้าใครเกียจคร้านไม่เอาถ่านทั้งการเรียน การงาน ไม่รู้จักสร้างฐานะตัวเองให้เจริญรุ่งเรืองด้วยปัจจัย ๔ ผู้นั้นย่อมตกระกำลำบาก ตกทุกข์ได้ยาก ขาดทรัพย์ อับมิตร ยศฐาบรรดาศักดิ์ก็ไม่มี เกิดปมด้อยไปแทบทุกๆ อย่าง…
(แต่) ถ้าเราขยันต่อการเรียน การงาน ไม่เกียจคร้านต่อกิจการทุกๆอย่างที่ตนกระทำอยู่ มีความพอใจ มีความอุตสาหะ เอาใจจดจ่อต่องานของตน มีความระมัดระวังดี มีความรอบคอบดี หลีกหนีจากอบายมุข คือหนทางแห่งความเสื่อม ๖ อย่าง ได้แก่ เว้นจากดื่มน้ำเมา เว้นจากเที่ยวกลางคืน เว้นจากเที่ยวดูการละเล่น เว้นจากเล่นการพนัน เว้นจากคบคนชั่วเป็นมิตร และเว้นจากเกียจคร้านทำการงาน เราก็จะเจริญรุ่งเรืองทั้งวิชาความรู้ ทรัพย์ ยศศักดิ์ มิตร ต้องการอะไรก็ได้สมปรารถนา
ทั้งนี้ก็เพราะเป็นผลแห่งการกระทำความดีของเราเอง กำไรคือความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งสมบูรณ์จึงเกิดมีขึ้นเป็นเงาตามตัว
ที่มา: หนังสือ คำถาม-คำตอบ เรื่องวิัปัสสนากรรมฐาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิ
บุญอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ:

