สาเหตุหลักของทุกข์ในหน้าที่การงาน (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)
พอมีความเห็นแก่ตัว ก็มีพวกของตัว แ้ล้วก็มีอะไรเป็นของตัวเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง ทำให้กินแหนงแคลงใจกัน ระแวงกัน กลัวว่าคนนั้นจะเด่นกว่าข้า ข้าจะด้อยกว่าแก ก็เลยเกิดการแข่งขันกัน ไม่ได้แข่งกันในรูปธรรมะ แต่แข่งขันกันด้วยอำนาจกิเลส เอาที่เป็นตัวพื้นฐานคือวู่วามเห็นแก่ตัว เอาตัวมาตั้งไว้ข้างหน้า แล้วก็รดน้ำพรวนดินกิเลสประเภทอื่นๆ เกิดขึ้นอีกเยอะแยะ แล้วเอามาใช้เป็นฐานในการปฏิบัติงาน ก็เกิดปัญหาขึ้นอีก ก่อความทุกข์ก่อความเดือดร้อนกันขึ้นด้วยประการต่างๆ…
เราควรคิดว่า เรามีหน้าที่ปฏิบัติงาน เมื่อเขามอบงานอันใดให้ เราทำตามหน้าที่ ทำให้ดีที่สุด เขาให้นั่งตำแหน่งไหน ทำให้ดีที่สุด แล้วงานนั้นมันเลื่อนเราเอง เราอย่าไปตกอกตกใจว่าเขาให้นั่งตรงนี้ไม่เหมาะ แต่นึกว่าเขาให้เราทำงาน เราก็ทำงาน แล้วก็จะทำงานนั้นให้ดีให้เรียบร้อย ไม่มีอารมณ์ขุ่นมัว ไม่มีความเศร้าหมองในจิตใจ ไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจ
ความน้อยเนื้อต่ำใจอะไรเหล่านี้มันเป็นกิเลสทั้งนั้น ถ้าพูดกันในแง่ธรรมะแล้ว มันเป็นกิเลสทั้งนั้น พวกกิเลสประเภทต่างๆมันไม่ดี ไม่ควรเอาไว้ ควรเอาออก แ้ล้วเราก็ทำงานไป รับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองในหน้าที่ใดก็ได้ ในหน้าที่หัวหน้าก็ได้ ผู้ช่วยก็ได้ หรือว่าหน้าที่อื่นก็ได้ ขออย่างเดียวว่า ขอให้ฉันได้รับใช้ชาติรับใช้บ้านเมืองก็พอแล้ว
นึกอย่างนี้แล้วก็สบายใจ ไม่มีใหญ่ไม่มีน้อยเรื่องงาน มันมีหน้าที่อันเราจะต้องปฏิบัติ ถ้าเราใช้หลักธรรมะอย่างนี้เป็นเครื่องพิจารณา สบายใจ ไม่วุ่นวาย ไม่เดือดร้อน ไม่สร้างปัญหา
ที่มา: ปาฐกถาธรรมเรื่อง “อนัตตาพาสุขใจ” วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๑๙ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
บุญอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ:

