ต้องหัดฝืนใจ (หลวงปู่ชา)
“ใจไม่เป็นธรรมย่อมเดือดร้อน จะพูดจาก็มีมารยาสาไถย สัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ป่า กระแต จั๊กจั่น มันร้องทีไร ฟังดูเสียงมันร้องก็ร้องอย่างเก่า ไม่มีความระแวง เพราะมันไม่มีมายา มันเคยร้องอยู่อย่างไรก็ร้องอย่างนั้น ส่วนคนเรานี้มีมารยาสาไถย พูดกันก็มีความระแวง ฟังแล้วไม่แน่ใจเพราะเชื่อใจกันยาก เห็นกันพบกันก็ต้องระแวงระวัง ไม่ทราบว่าจะมาดีหรือมาร้าย พวกขโมยเหมือนคนธรรมดา จะพูดจาก็ดี แต่เวลามันจะขโมยของมันก็ไม่บอก เพราะใจไม่ได้อบรมธรรม
“ธรรม” จึงมีไว้เป็น “อาหารใจ” ที่พระพุทธองค์นำมาสอนนั้น ด้วยการทราบจากใจของพระองค์ จึงนำมาสอนใจเรา ให้ใจรู้ใจ เห็นคนเกิดมารู้ตัวว่าเป็นมนุษย์ แต่ความชั่วที่ตัวทำไม่รู้จัก เพราะรู้ได้ยาก ผู้ใดปฏิบัติธรรมจนฝืนใจตัวเองได้ จึงจะรู้ จะเกิดตา เกิดหูชนิดใหม่ขึ้นมา เราทำไปเพื่อขัดเกลากิเลส แต่การฝืนใจตัวเองลำบากอยู่ น้อยคนจะทำได้
ยกตัวอย่างเช่น เรามีมะม่วงอยู่สองลูก ลูกหนึ่งโตหนึ่งเล็ก เราจะแบ่งให้เด็กๆ คนหนึ่งลูกของเรา คนหนึ่งเป็นลูกคนอื่น เวลาเราจะแบ่ง ก็เอาลูกโตให้ลูกของเรา เอาลูกเล็กให้เด็กคนอื่น แม้การแบ่งปันสิ่งของให้ระหว่างเรากับคนอื่นก็เช่นกัน เราต้องเอาโตกว่าใหญ่กว่า จะมีผู้เอาอันเล็กให้ตัว เอาอันใหญ่ให้คนอื่นนั้นมีน้อยคน เพราะเป็นการฝืนใจ เราจะต้องหัดฝืนใจอย่างนี้ แต่โดยมากเราอดไม่ได้ จึงเป็นของยากอยู่”
จากหนังสือ “ความสงบอยู่ตรงไหน” โดย พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท)
บุญอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ:
