subscribe: Posts | Comments | Email

หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลักการที่ทุกคนควรปฏิบัติตาม

0 comments
หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลักการที่ทุกคนควรปฏิบัติตาม

“ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น…”

สวัสดีครับทุกท่าน

ประโยคข้างต้นเป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในหลวงของเรา ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการทรงงานของพระองค์ ในข้อการทำงานอย่างมีความสุข

หากใครได้เคยทำกิจกรรม หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ประโยคนี้คงจะไปกระตุ้นต่อมความรู้สึกของใครหลายคนที่เคยทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น และรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นอย่างมหาศาล ผมเองเมื่ออ่านมาถึงหลักการทรงงานข้อนี้ และได้อ่านถึงประโยคนั้น ต่อมน้ำตาแห่งความปิติก็เอ่อขึ้นมาในวินาทีที่อ่านคำสุดท้ายเสร็จ

ผมได้หนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งมามีชื่อว่า “หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) หนังสือนี้มีจำนวนหน้าเพียง ๔๐ หน้า โดยมีภาพประกอบจำนวนมาก เนื้อหาจริงๆ มีไม่มากครับ แต่เป็นเนื้อหาที่ “สุดยอด” จริงๆ และผมเชื่อว่า หากผู้ใดทำตาม ผู้นั้นจะพบกับความสุขอย่างมากมายในชีวิต และทำการงานใดๆ ก็จะประสบความสำเร็จเป็นแน่แท้ครับ

ผมเลยย่อ นำเสนอส่วนสำคัญๆ ของหนังสือเล่มนี้ให้กับทุกท่านเผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อการดำรงชีวิตของทุกคนครับ

ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ

พระองค์จะสอบถามและศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ข้อมูลทั้งที่มาจากเอกสาร จากเจ้าหน้าที่ จากราษฎรคนในพื้นที่ เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้องที่สุด

ระเบิดจากข้างใน

พระองค์ทรงเน้น “การพัฒนาคน” ทรงตรัสว่า “ต้องระเบิดจากข้างใน” กล่าวคือ ต้องพัฒนาคนในชุมชนที่จะเข้าไปพัฒนา เพื่อให้เขามีความพร้อมเสียก่อน มิใช่นำเอาความเจริญ หรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปในท้องถิ่น ทั้งที่พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว

แก้ปัญหาที่จุดเล็ก

ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) แต่การแก้ปัญหาจะเริ่มจากจุดเล็กๆ (Micro)
พระราชดำรัสนี้คงจะอธิบายข้อนี้ได้ดีที่สุดครับ
“…ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน… มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้… แบบ (Macro) นี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย… อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะซ่อม เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่… วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้…”

ทำตามลำดับขั้น

ให้เริ่มทำงานจากสิ่งที่จำเป็นของประชาชนที่สุดก่อน ได้แก่ สาธารณสุข เมื่อมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอื่นๆ ต่อไปได้

ภูมิสังคม

การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และศึกษาดูนิสัยใจคอของคน ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นซึ่งมีความแตกต่างกัน ไม่ได้ไปบังคับให้เขาคิด แต่ดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วเข้าไปทำความเข้าใจกับเขา

องค์รวม

ให้คิดแบบองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ทรงมองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง

ไม่ติดตำรา

ข้อนี้สำคัญครับ หลายคนทำตามสิ่งที่ตนเองเรียนมา โดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพความเป็นจริง ทรงไม่ยึดติดกับตำรา ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริง

ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด

นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยกล่าวว่า
“กองงานในพระองค์โดยท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ บอกว่า ปีหนึ่งพระองค์ เบิกดินสอ ๑๒ แท่ง เดือนละแท่ง ใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปทิ้งของท่านนะ จะกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่าง เป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างนี้มีค่าสำหรับพระองค์หมด ทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง จะสั่งให้เราปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ”

มีสักกี่คนครับ ที่ใช้ดินสอหมดแท่ง

ทำให้ง่าย – Simplicity

หลักการข้อนี้ถือว่า เป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอันเื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงานต่างๆ โดยง่าย ไม่ซับซ้อน และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศน์โดยรวม ตลอดจนสภาพทางสังคมของชุมชนนั้นๆ

การมีส่วนร่วม

ทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้่างขวาง หนักรู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริง คือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย มาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง”

ประโยชน์ส่วนรวม

“ใครต่อใครบอกว่า ขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังคนเบื่อ อาจรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่า ขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อย แล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่า คนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้น มิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้…” (พระบรมราโชวาท มหาวิทยาลัยขอนแก่น ๒๕๑๔)

โดนใจข้าพเจ้าอย่างมากครับ

บริการรวมที่จุดเดียว

การบริการรวมที่จุดเดียวเป็นรูปแบบการบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Services) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในระบบบริหารราชการแผ่นดิน โดยทรงให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นต้นแบบ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน จะได้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ทรงใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ

ทรงเข้าใจธรรมชาติ และอยากให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากจะแก้ไขปัญหาธรรมชาติ ก็ต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม “การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก” ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟู

ใช้อธรรมปราบอธรรม

ทรงนำความจริง ในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหา สภาวะที่ไม่ปกติ เข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือการบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติ ให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ

ปลูกป่าในใจคน

“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันไปปลูกต้นไม้ลงบนพื้นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง…”

หมายความว่า เราต้องปลูกจิตสำนึกในการรักผืนป่าให้แก่คนเสียก่อน เราจึงจะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมาได้

ขาดทุนคือกำไร

“…ขาดทุน คือ กำไร Our loss is our gain… การเสียคือ การได้ ประเทศชาติจะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขนั้น เป็นการนับที่เป็นมูลค่าทางเงินไม่ได้…”

“การให้” และ “การเสียสละ” เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำไร คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร

การพึ่งตนเอง

หลังจากที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ขั้นต่อไปคือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม และสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพ และตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป…”

พออยู่พอกิน

กล่าวคือ ทำให้พสกนิกรอยู่ในระดับที่ “พอมีพอกิน” ให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยพัฒนาต่อยอด

เศรษฐกิจพอเพียง

เป็นปรัชญาที่ในหลวงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชายไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ หากใครใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง และพึ่งตนเองให้ได้ ก็จะสร้างสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้

ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน

“คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ…” (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒)

“ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ…” (๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓)

ทำงานอย่างมีความสุข

ทรงพระเกษมสำราญ และทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นข้อที่ผมได้ยกขึ้นในช่วงต้นของบทความนี้ “ความสุข” มิใช่หรือคือสิ่งที่เราต้องการ การให้ การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นนั้นจะพาสุขอันมากยิ่งขึ้นไปกว่าที่วัตถุใดๆ จะนำพามาให้

ความเพียร: พระมหาชนก

หากพระมหาชนกย่อท้อ ไม่เพียรว่ายน้ำ ก็จะตกเป็นอาหารของปู ปลา และไม่ได้พบกับเทวดาที่มาช่วยเหลือ

สั่งสมพัฒนาความเพียรให้มีมาก ชีวิตจะสำเร็จในสิ่งที่หวัง

รู้ รัก สามัคคี

รู้ การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้วิธีการแก้ปัญหา

รัก คือ ความรัก เมื่อเรารู้ครบด้วยกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ

สามัคคี การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำสึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

หมดแล้วครับ หลักการทรงงานของในหลวงจากหนังสือเล่มนี้ แม้จะมีตัวอย่างที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประชาชน หรือบ้านเมือง แต่หลักการต่างๆ เหล่านี้ สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้แน่นอนครับ

ผมจะได้นำเอาหลักการทรงงานที่ประเสริฐนี้มาปรับใช้ในชีวิตของผมเองด้วย และหากผู้ใดจะได้นำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้กับชีวิตของคุณแล้ว ก็นับเป็นบุญเป็นสิ่งดีงามของชีวิตของคุณเอง

ชีวิตนี้คุณเลือกได้ครับว่า จะให้มันเป็นอย่างไร

ผมเลือกทำชีวิตของผม ให้เดินทางไปสู่ความสุขแท้ และทำประโยชน์ให้กับสังคม หลักการของพระองค์จักเป็นสิ่งที่ผมเลือกใช้ เช่นเดียวกับหลักศาสนา ซึ่งสอดคล้องลงตัวเป็นอย่างยิ่ง

ขอความสุขจงมีแด่ทุกคนครับ

หมายเหตุ: ใครอยากอ่านฉบับเต็ม ลองโหลดได้ โดยคลิกที่นี่ครับ

บุญอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ:

  1. สวัสดีปีใหม่
  2. เวลาแห่งการให้ เป็นเวลาแห่งการรับ
  3. โครงการระดมของขวัญวันเด็ก เพื่อเด็กปี 2553
  4. รณรงค์ “We Pray Together Project – สวดมนต์ร่วมกัน”
  5. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ วันศุกร์ ๒๑ มกราคม

Leave a Reply

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*


*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>