คำสอนเรื่อง อดทน ใจสู้

ขันติ – Forbearing

โดยพระอาจารย์ชยสาโร

“คุณธรรมในส่วนของจิตภาวนามี ๘ ข้อ หลายข้อจะตรงกับ สิ่งที่เรียกว่า “อีคิว” (Emotional Intelligence) อยู่หลายข้อ แต่ก่อนคนให้ความสำคัญกับ I.Q. มากไป ผลการวิจัยที่ทำมาหลายครั้งเรื่องการวัด I.Q. มีการติดตามเด็กที่มี I.Q. สูงเป็นเวลานานหลายครั้ง ปรากฏว่า I.Q. สูงแทบจะไม่มีความสัมพันธ์กับการประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าในทางการเรียนหรือในทางการงาน พูดได้ว่าผู้ที่เชื่อว่าเรื่อง I.Q. สำคัญที่สุดนั้นงมงาย เพราะผลการวิจัยปฏิเสธชัดที่สุดตั้งหลายสิบปีแล้วว่าไม่ใช่อย่างนั้น

ถ้าอย่างนั้นอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ที่เห็นว่าเป็นคุณธรรมสำคัญที่สุดที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะประสบความสำเร็จในชีวิต ใครจะประสบความสำเร็จในเรื่องการเรียนก็ดี ในเรื่องการครองเรือนก็ดี เรื่องการทำงานก็ดี อันนี้ออกมาชัดเจนเหมือนกัน คือขันติ ความอดทน เราสามารถดูเด็ก ๔ ขวบ ๕ ขวบ ถ้าเด็กคนนี้อดทน พูดได้เลย คนนี้อนาคตสดใส

ถ้าเด็กดูฉลาด คิดฉลาด พูดภาษาอังกฤษก็เก่ง คิดเลขก็เก่ง อันนี้พูดไม่ได้หรอก ว่าอนาคตจะสดใส มันไม่แน่นอน เพราะถ้าขาดความอดทน เป็นคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจตัวเอง หรือว่าถือตัว ถือตน หรือว่ารักสนุก ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ อาจจะเป็นเด็กติดยาเสพติดต่อไปก็ได้

คนติดยาเสพติดที่ฉลาด I.Q. สูงก็เยอะเหมือนกัน I.Q. ไม่เคยป้องกันเรื่องการติดยาเสพติด สิ่งที่ช่วยป้องกันได้ คือความละอายต่อบาป ความเกรงกลัวต่อบาป ความอดทน กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อันนี้เป็นคุณธรรมที่ใจไม่ใช่อย่างอื่น

ถ้าไม่อดทนจะเป็นอย่างไร คือร้อนเกินไป เรียนไม่ได้ ร้อนเหงื่อแตก หนาวเกินไป ตัวสั่นคิดอะไรไม่ออก มันมีร้อนเกินไป หนาวเกินไป บางทีก็เข้าเกินไป ดึกเกินไป หิวไม่มีสมาธิ กินข้าวแล้วก็อิ่ม อืดอาด คิดอะไรไม่ออก อยากนอน นี่คือไม่อดทน มีเรื่องบ่นตลอด อะไรๆ มันก็เกินๆ ไปหมด

ถ้ามีความอดทน เราก็รับรู้ไม่ใช่ว่าเก็บกด เรารับรู้ว่าร้อน ร้อนก็ทนได้ เหงื่อแตก ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่เป็นไร ทนได้ หนาวนะ ถ้าจะอุ่นกว่านี้หน่อย ก็จะดี แต่ว่าไม่เป็นไร ทนได้ หิวไหม หิวเหมือนกัน แต่หิวอย่างนี้ก็ดี ถ้าอิ่มแล้วจะง่วง หรือว่าอิ่มมาก วันนี้ทานมากเกินไป แต่ว่ายังดีกว่าไม่มีอะไรกิน แค่นี้ก็ทนได้ ไม่ต้องบ่น”

จากหนังสือ “โหลหนึ่งก็ถึง คุณธรรม ๑๒ ประการเพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ”