คำถาม

การสร้างถาวรวัตถุ ถ้าลูกศิษย์ได้สร้าง แม้ไม่ได้มรรคผลในชาตินี้ก็จะเป็นพื้นฐานปัจจัยนำร่องไปใช่ไหมครับ?

คำตอบ

เป็นเสบียงเป็นทานบารมี สละความโลภ ความตระหนี่ถี่เหนียวออกจากใจเรา เป็นเสบียง ทีนี้การเดินทางในปัจจุบันเรายังมีอัตตภาพร่างกาย มีธาตุขันธ์ เราก็ใช้เสบียง ต้องใช้ทรัพย์ในการใช้จ่ายเดินทางไปแต่ละแห่ง จิตวิญญาณก็เหมือนกัน จิตวิญญาณเป็นนักท่องเที่ยว จะเดินทางไปในภพน้อยภพใหญ่ ถ้ายังมีการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร บุญกุศลที่เราทำไว้คือเสบียง ทานบารมีที่เราเสียสละนี่คือเสบียงเลยล่ะ

ฉะนั้นคนเกิดขึ้นมา ทำไมบางคนอยู่ในเพศฐานะของกษัตริย์ เศรษฐี หรือคนยากจน คนพิการ ทำไมแตกต่างกัน เพราะทำบุญทำกรรมมาไม่เหมือนกัน อาศัยอานิสงส์ผลของทานบารมี ผลของบุญที่ได้ทำไว้นี่ ให้คนเราที่เกิดมาดีบ้าง หยาบบ้าง รวยบ้าง จนบ้าง แตกต่างกันเพราะบุญกุศลทำมาไม่เหมือนกัน แต่พอเราเกิดมาแล้ง ถ้าเรามีสติปัญญาไม่ประมาท เราก็สร้างบุญต่อ ทานบารมีถ้าพูดถึงสร้างนะ เราอย่าคิดว่ามันพอนะ มันต้องสร้างถึงชาติสุดท้าย ทำไปเรื่อยๆ มีโอกาสทำไปตามเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ว่าเราเกิดมามีทรัพย์เท่าไรทำหมด ถ้าทำหมดอย่างนั้นนี่หมายถึงจะออกบรรพชาอุปสมบทแล้ว ออกแสวงหาโมกขธรรมแล้ว แต่ถ้ายังไม่พร้อมอยู่ในเพศของฆราวาสนี่ทำตามกำลัง

อย่างพระพุทธเจ้านี่ ท่านให้แบ่งทรัพย์ที่หามาได้นี่ ส่วนหนึ่งไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งฝากไว้ในธนาคารยามจำเป็น เจ็บไข้ได้ป่วยได้เบิกมาใช้จ่าย ส่วนหนึ่งทางสังคมใช้ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำตามงานเพื่อนฝูงสังคม เอาไว้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอนุเคราะห์กัน บางทีเสียปัจจัยไปเฉยๆ เสียทรัพย์สมบัติไปเฉยๆ อีกส่วนหนึ่งฝังไว้ใต้ดินเป็นอริยทรัพย์ภายในทำบุญในพระพุทธศาสนา นี่ท่านก็แบ่งทรัพย์ไม่ใช่ว่ามีทรัพย์เท่าไรก็ทำหมดนะ มันจะอยู่อย่างไร อันนั้นเป็นเสบียงที่ติดตามไป

บางคนคิดว่าเราเกิดมามีความทุกข์ยากลำบากแล้วนี่ เราหาเช้ากินค่ำยากลำบากแล้วก็ไม่ทำบุญต่อ มันก็ไม่ได้ เพราะเราทำบุญมาน้อย ถ้าไม่ทำบุญต่อ มันก็ไม่มีบุญต่อไป ยิ่งบางคนมีน้อยก็ทำน้อย ข้าวทัพพีหนึ่งก็ได้บุญ กับข้าวซักอย่างหนึ่งก็ได้บุญ มีน้อยทำน้อยก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องอายทำความดีนี่ แต่บางคนนี้คิดว่า ฉันยังไม่ค่อยมี พอรวยก่อนแล้วค่อยทำแล้วกัน ระยะเวลาระหว่างนี้ไปจนถึงเราจะตั้งฐานะได้ ๕ ปี ๑๐​ ปี เกิดตายก่อนยังไม่ทันได้ทำ มันรอไม่ได้ บางคนก็มีศรัทธาอยากจะทำนะ ตั้งใจจะทำนะ แต่พอกาลเวลาผ่านไปอีกอาทิตย์หนึ่ง เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากจะทำแล้ว นี่พระพุทธเจ้าบอกถ้ามีจิตเป็นบุญเป็นกุศล อยากทำบุญให้รีบทำ เพราะถ้าไม่รีบทำกิเลสจะมา ความหวงความตระหนี่ จะไม่อยากทำแล้วมันเปลี่ยน สังเกตดูบางคนคิดว่าจะทำบุญนะ ก็ยังไม่ทำซักที ยังไม่มีโอกาสจะทำ คอยไปมา ไม่ทำแล้ว คือกิเลสเข้ามาแหย่

จากหนังสือ “ถามตอบปัญหาธรรม เล่ม ๑” ท่านอาจารย์พระอัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตฺโต