คำถาม

แต่คนยุคนี้ก็ดูยากนะครับ จะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าองค์ไหนเป็นอย่างไร?

คำตอบ

แต่เราดูรูปเราก็พอรู้ ว่าท่านทั้งสององค์นี่ดี แต่ว่าเราจะเลือกใครแค่นั้นเอง เราดูรูปนะ ดูรูปหลวงตา และหลวงพ่อชา ก็พิจารณาว่าใครเท่านั้น เพราะดีทั้งสององค์ตอนนั้น แต่ว่าอาจจะวิบากกรรมเรามีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อชามากกว่า แต่ว่าจริงๆ แล้ว เราเอาทั้งสองทางมาผสมผสานกันโดยไม่รู้ตัว เราบวชกับหลวงพ่อชาอยู่กับหลวงพ่อชา แต่ว่าการปฏิบัติเนี่ยสายหลวงปู่มั่นและหลวงตามหาบัวมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติของหมู่คณะเรา เพราะว่าท่านไม่มีการประชุมรวมกัน ท่านให้ต่างคนต่างภาวนา เราก็นำมาใช้ อย่างที่วัดหลวงป่าพงเนี่ย โดยส่วนใหญ่แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะมีการประชุมกันทำวัตรเช้าวัตรเย็น แต่เราเปลี่ยน เราเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชาจริง แต่เราเอาข้อวัตรของหลวงตามาใช้ คือว่าวันพระจึงจะรวมกันครั้งหนึ่ง ถ้าวันธรรมดาไม่รวม ต่างคนต่างภาวนาหลายๆ แบบ เพราะเราประทับใจทั้งสององค์ แล้วเอาของทั้งสององค์มาผสมกัน แล้วมาเกิดเป็นเราขึ้นมา

ทีนี้ถ้าเป็นวัดหลวงตาเนี่ยท่านก็จะได้นิสัยของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ คือหลวงปู่มั่น ท่านจะสมถะมาก มักน้อยสันโดษมาก แต่เราทำถาวรวัตถุค่อนข้างจะมั่นคง เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นอย่างหลวงตาไม่ได้ ท่านจะสมถะ ให้ลูกศิษย์สมถะ มักน้อย สันโดษ อันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่จริตนิสัยเราถ้าพูดถึง เราก็ติดตั้งแต่เป็นฆราวาสเราแล้ว ก็ชอบอะไรที่สวยงาม ติดความสวยงาม ความมั่นคง จะทำอาคารเสนาสนะ เราก็ทำทีเดียวให้จบเลย ไม่ต้องมายุ่งยาก นิสัยมันก็ชอบอย่างนั้น ถ้าแม้มันวางสมมุติได้แล้ว แต่ก็ยังใช้สมมุตินั้นอยู่ เราก็เลยเป็นอีกนิสัยหนึ่ง อย่างทำอาคารเนี่ย เราก็คิดว่าเราวางล่วงหน้าว่า ในอนาคตเราจะรับพระได้กี่รูป เราก็กะว่าไม่ต่ำกว่า ๕๐-๖๐ รูป เพราะฉะนั้นต้องเผื่ออาคารสำหรับพระ ๕๐-๖๐ องค์ในเวลาปกติ แต่เวลามีงานเทศกาลอาจจะ ๑๐๐ องค์ ต้องเผื่อให้พอ แล้วเรากะว่าทำอาคารอันนี้ ถ้าเรามีชีวิตยืนนาน อีก ๒๐-๓๐ ปี หรือมากกว่านั้น เราจะใช้อาคารนี้ไปตลอดชีวิตของเรา ไม่ต้องไปยุ่ง ไม่ต้องมาก่อสร้างอีก เราเลยยอมที่จะทำใหญ่ทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าทำใหญ่แล้วทำใหญ่ไม่พอเดี๋ยวก็ต้องมาขยายอีก

แต่เรารู้เลยนะเนี่ย พอทำเสร็จนะ คอยดูนะ ทำเสร็จนะกฐินปีแรกเต็ม มันเต็มหมดน่ะ ยังไงก็เต็ม คอยดูใหญ่ขนาดนี้มันก็เต็ม พอกฐินมันก็เต็มหมด มันก็แน่น แต่เราก็ใช้ปีหนึ่งก็ครั้งหนึ่ง เราอาจจะกางเต็นท์ด้านนอกบ้างก็ได้ ก็รวมๆ ไป

จากหนังสือ “ถามตอบปัญหาธรรม เล่ม ๑” ท่านอาจารย์พระอัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตฺโต