เรื่องเล่าที่ ๑๓  พระขุดอุโมงค์

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เหมือนนิทาน เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อประมาณ ๒๕๐ ปีที่แล้ว

พระธุดงค์รูปหนึ่งอายุสี่สิบกว่าปี ท่านเดินธุดงค์เข้าไปในเขตภูเขาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พวกชาวบ้านดีใจมากเมื่อเห็นพระ รีบนิมนต์ท่านไปสวดศพที่เพิ่งตกเหวตาย เมื่อเสร็จพิธีจึงพาท่านไปดูที่ๆ เกิดอุบัติเหตุพร้อมกับเล่าให้ท่านฟังว่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้านนี้กับอีกหมู่บ้านหนึ่ง เป็นทางที่จำเป็นแต่อันตรายมาก เพราะต้องเดินเลียบเลาะภูเขา เต็มไปด้วยหน้าผาและเหวลึก เวลาฝนตกเส้นทางเล็กๆ นี้จะลื่นมาก เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ มีคนตายอยู่เป็นประจำ

พระฟังแล้วรู้สึกสงสาร อยากจะช่วยชาวบ้าน ท่านจึงตัดสินใจยุติการธุดงค์ และปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านนี้เพื่อขุดอุโมงค์ให้เป็นเส้นทางใหม่ที่ปลอดภัยสำหรับชาวบ้านและลูกหลานของเขาในอนาคต ท่านตรวจสภาพภูมิประเทศแล้วเห็นว่า จะต้องขุดอุโมงค์ทะลุภูเขายาวประมาณ ๔๐๐ เมตร ซึ่งคงจะต้องใช้เวลายาวนานมาก อาจจะเกือบตลอดชีวิตของท่านทีเดียว แต่ท่านมีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะทำโครงการนี้ให้สำเร็จ เมื่อท่านบอกชาวบ้าน พวกเขากลับสงสัยว่าท่านสติดีหรือวิปลาสกันแน่ มันเป็นภูเขาหินไม่ใช่ภูเขาดิน ท่านจะขุดภูเขาหินระยะทางตั้ง ๔๐๐ เมตรได้อย่างไร นอกจากชาวบ้านจะไม่ให้กำลังใจและขอบคุณท่านแล้ว เขายังไม่สนับสนุน แถมบางคนยังหัวเราะเยาะท่านอีกด้วย

ไม่ว่าปฏิกิริยาของชาวบ้านจะเป็นอย่างไร ท่านก็ไม่หวั่นไหวเพราะจิตของท่านตั้งมั่นเสียแล้ว ท่านเริ่มลงมือใช้ค้อนตอกตะปูขุดเจาะภูเขาเสียง ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก… ดังอยู่ต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน แรกๆ ชาวบ้านก็ไม่ค่อยสนใจท่านนัก เขาคิดว่าท่านคงทำอยู่ได้ไม่นาน ก็คงจะท้อใจแล้วหนีไป แต่ท่านก็ไม่ไปไหน ท่านปักหลักทำงานของท่านอย่างไม่ท้อถอย วันเวลาผ่านไป..หนึ่งปี… สองปี… สามปี… ท่านก็ยังขุดเจาะภูเขาทุกวันไม่มีเว้น คิดเฉลี่ยแล้วท่านเจาะอุโมงค์ได้ประมาณวันละ ๔-๕ เซนติเมตร หรือปีละ ๑๕ เมตร สามปีที่ผ่านมาท่านเจาะได้สัก ๔๐-๔๕ เมตร ท่านถือการขุดเจาะหินเป็นข้อวัตรปฏิบัติของท่าน ท่านทำงานง่วนอยู่แต่ในถ้ำวันแล้ววันเล่า

มาถึงบัดนี้ชาวบ้านบางคนรู้สึกละอายใจ พระท่านตั้งใจทำงานหนักเพื่อพวกเขา แล้วเขาจะนิ่งดูดายอยู่ได้อย่างไร จึงเริ่มมีคนทยอยกันมาช่วยท่านเจาะอุโมงค์ แต่ทำกันได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องล่าถอยไป เพราะงานมันหนักเกินกำลัง และเขายังไม่มีศรัทธาแก่กล้าพอ ในที่สุดก็เหลือแต่ท่านที่ยังคงทำงานอยู่ต่อไปรูปเดียว ท่านขุดเจาะอุโมงค์ไปเรื่อยๆ ห้าปี… เจ็ดปี… เก้าปี… สิบแปดปี… เสียงก๊อก.. ก๊อก… ก๊อก… ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง เวลานี้ท่านเป็นหลวงพ่อแล้ว สังขารก็เสื่อมถอยลงไปมาก ขาก็ไม่ค่อยดี ตาก็เริ่มฟาง ท่านรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน แต่ก็ช่างมันเถอะ จิตใจท่านมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง กิตติศัพท์เรื่องหลวงพ่อขุดเจาะอุโมงค์เพื่อช่วยชาวบ้านขจรขจายไปถึงเมืองหลวง ทางการจึงส่งช่างมาช่วยเมื่องานขุดอุโมงค์สำเร็จไปกว่า ๘๐ เปอร์เซนต์แล้วด้วยฝีมือหลวงพ่อ

อยู่มาวันหนึ่ง ก่อนที่อุโมงค์จะสำเร็จเสร็จสิ้นลง ซามูไรหนุ่มคนหนึ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านนี้เพื่อถามหาพระที่กำลังขุดอุโมงค์ เขาต้องการจะดูว่าท่านคือคนที่เขาตามหาอยู่หรือไม่ นานๆ ทีชาวบ้านจะได้พบคนใหญ่คนโตสักครั้ง พวกเขาจึงรีบอาสาพาซามูไรหนุ่มไปที่อุโมงค์และส่งคนเข้าไปตามหลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อเดินออกมา ท่านทราบทันทีว่า ซามูไรคนนี้คือใคร และมาตามหาท่านเพื่ออะไร ความทรงจำเก่าๆ ไหลรินเข้ามาเป็นระลอกๆ

เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนที่ท่านจะบวชเป็นพระ ท่านเคยเป็นคนรับใช้ของไดเมียว หรือขุนนางคนหนึ่ง ท่านได้ลอบเป็นชู้กับเมียน้อยของเจ้านายและถูกจับได้ ท่านไดเมียวชักดาบออกมาหมายจะฆ่าท่านให้ตาย แต่ท่านสู้ ท่านยกเชิงเทียนใหญ่ฟาดหัวเจ้านายจนตายก่อนที่ท่านจะพาผู้หญิงหนีออกมา แม้จะหนีออกมาได้แล้ว จิตใจท่านก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ท่านรู้สึกว่าท่านได้ทำบาปหนักสาหัสสากรรจ์ ฆ่าผู้มีพระคุณเพียงเพราะฤทธิ์ของกามตัณหา ความรู้สึกผิดกัดกร่อนจิตใจของท่านรวมถึงความหลงรักในตัวผู้หญิงด้วย ท่านไม่ได้มีความสุขกับผู้หญิงคนนั้นอย่างที่เคยฝันไว้ กลับต้องทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา แถมท่านยังต้องกลายเป็นอันธพาลปล้นจี้เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วย สร้างบาปสร้างกรรมทบทวีคูณ

ท้ายที่สุด ท่านทนไม่ไหว จึงตัดสินใจขอแยกทางกับผู้หญิงที่ท่านเคยหลงรัก แล้วหันหน้าเข้าวัด ท่านยังไม่ได้คิดที่จะบวชหรอก เพียงแต่หวังจะทำบุญเสียบ้างก่อนจะฆ่าตัวตาย ท่านเจ้าอาวาสรู้ทันความคิดของท่าน จึงแนะนำให้ท่านออกบวชเป็นพระ เป็นการตายไปจากโลกเดิม ถือพรหมจรรย์สร้างคุณงามความดีชำระบาปกรรมที่เคยก่อมา ท่านจึงออกบวชและรับการอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์สักระยะก่อนจะออกธุดงค์ จนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้แหละที่ท่านคิดตัดสินใจปักหลักอุทิศตกสร้างความดีช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการขุดเจาะอุโมงค์โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เพียงเพื่อชำระบาปในใจของท่าน แม้งานจะหนักหนาเพียงใด ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด ท่านก็จะอดทนต่อสู้จนกว่าจะสำเร็จหรือท่านจะหมดลม วันเวลานั้นคงจะมาถึงแล้วล่ะกระมัง

หลวงพ่อ “โยมคงเป็นลูกชายของท่านไดเมียวใช่มั้ย”

“อโซ… ใช่” ซามูไร รับคำห้วนๆ ด้วยท่าทางเย็นชาและสายตาส่งประกายเกลียดชังและสมหวัง เขาไล่ล่าตามหาฆาตกรที่ฆ่าท่านพ่อพบแล้ว มันช่างยาวนานกว่ายี่สิบปีทีเดียว และบัดนี้ถึงเวลาที่แค้นของเขาจะได้รับการชำระเสียที ซามูไรหนุ่มชักดาบออกจากฝักเพื่อเตรียมสังหารคนชั่ว หลวงพ่อ ยืนนิ่งไม่แสดงอาการสะทกสะท้านใดๆ ให้ปรากฏ ก็สาสมอยู่หรอกที่ซามูไรจะฆ่าท่าน ส่วนงานของท่านก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว มีทางการรับผิดชอบทำงานต่อ ท่านไม่มีห่วงกังวลใดๆ ท่านพร้อมแล้ว

หลวงพ่อ “เชิญคุณทำสิ่งที่คุณเห็นสมควรเถิด หลวงพ่อคอยวาระนี้มานานแล้ว”

บรรดาชาวบ้านที่พากันมามุงดูอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตกใจอาปากค้าง พอได้สติ บางคนก็เข้าไปยึดขาซามูไร บางคนเข้ายึดแขน และบางคนก็เข้าไปยืนกางกั้นหลวงพ่อไว้ เสียงอ้อนวอนขอร้องซามูไรดังระงม

ชาวบ้าน “อย่าทำร้ายหลวงพ่อเลยขอรับ… ให้ท่านทำงานของท่านให้เสร็จก่อนเถิดขอรับ… ท่านขุดอุโมงค์นี้มาสิบแปดปีแล้ว อีกไม่นานก็จะเสร็จแล้ว… หลวงพ่อท่านไม่หนีไปไหนหรอกขอรับ…”

ซามูไรหนุ่มคิดหนัก “ไหนๆ เราก็รอคอยมาได้นานขนาดนี้แล้วจะอดทนรอต่อไปอีกหน่อยคงไม่เป็นไร ถ้าเราฆ่าพระนี่เดี๋ยวนี้ ชาวบ้านคงโกรธแค้นแน่ แต่ถ้าเรารอคอยตามคำขอร้อง ชาวบ้านคงเห็นใจเรา” ซามูไรจึงตกลงรอให้หลวงพ่อขุดอุโมงค์ให้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะลงมือแก้แค้น

ซามูไรหนุ่มรออยู่สามสี่วัน ก็ยังไม่มีวี่แววว่างานขุดอุโมงค์จะแล้วเสร็จ เขาเป็นคนใจร้อน เขาจึงรู้สึกอึดอัดใจมาก คืนนั้นเขานอนไม่หลับ เขาทนรอไม่ไหวแล้ว จึงลุกขึ้นถือดาบไปที่กุฏิหลวงพ่อเพื่อจะไปจัดการจบความแค้นของเขาเสียที แต่หลวงพ่อไม่ได้อยู่ในกุฏิ ซามูไรจึงงเดินเข้าไปในอุโมงค์ ลึกเข้าไปๆ เขาได้ยินเสียง ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก… อย่างต่อเนื่อง แม้จะดึกดื่น ท่านก็ยังทำงานอยู่ เสียงสวดมนต์เบาๆ ของท่านก้องสะท้อนอยู่ในอุโมงค์จนซามูไรขนลุก เขารู้สึกสับสนจนต้องหันหลังเดินกลับออกไป เขาไม่กล้าฆ่าท่านอย่างที่ใจปรารถนามานาน ทำไมฆาตกรเลวๆ ที่ฆ่าท่านพ่อจึงกลายเป็นคนบริสุทธิ์เยี่ยงนี้

วันุร่งขึ้นคณะขุดอุโมงค์ได้อาสาสมัครเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เป็นคนใหญ่คนโตจากเมืองหลวง ซามูไรหนุ่มมาช่วยขุดอุโมงค์ เขาทำงานใกล้ชิดหลวงพ่อและคอยสังเกตนิสัยใจคอของท่าน ต้องการจะดูว่า น่าเลื่อมใสจริงๆ หรือท่านเสแสร้งเก่ง วันเวลาผ่านไปอีกเดือนเศษ ในที่สุดอุโมงค์ก็แล้วเสร็จ ทะลุจากเขาด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านได้เส้นทางสายใหม่ที่ทั้งสะดวกทั้งปลอดภัย เสียงไชโยลั่นภูเขาทั้งสองด้าน หลวงพ่อค่อยๆ วางเครื่องมือลงและสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ท่านเคยทำร้าย แล้วหันหน้ามาหาซามูไร

หลวงพ่อ “หลวงพ่อพร้อมแล้ว เชิญท่านทำหน้าที่ของท่านได้”

ด้วยน้ำตานองหน้า ซามูไรหนุ่มหมอบกราบลงแทบเท้าหลวงพ่อ

ซามูไร “หลวงพ่อครับ ผมขอเลิกการจองเวรทุกๆ สิ่ง โปรดเมตตารับผมไว้เป็นศิษย์ด้วยเถิดครับ”

จากหนังสือ “โหลหนึ่งก็ถึง คุณธรรม ๑๒ ประการเพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ”