เรื่องเล่าที่ ๖ รวยจนจน

ในสมัยโบราณที่ประเทศอินเดีย มหาเศรษฐีคนหนึ่งมีศรัทธาอยากจะออกบวชอุทิศกายใจเพื่อการปฏิบัติภาวนา แต่เขาจำเป็นต้องจัดการเรื่องทรัพย์สมบัติที่มีอยู่มากมายให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะออกบวชได้อย่างหมดห่วง ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาไม่มีครอบครัวพี่น้องหรือลูกหลานเลย ฉะนั้นใครจะเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่เขาสมควรจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่คนที่จนที่สุดในอินเดีย แต่บุคคลนั้นจะเป็นใครเล่า

ท่านเศรษฐีประกาศกับเพื่อนฝูงว่า เขาจะออกเดินธุดงค์สักหนึ่งปีไปให้ทั่วอินเดียเพื่อค้นหาคนที่จนที่สุด โดยไปแบบคนธรรมดาๆ ไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเป็นมหาเศรษฐี ว่าแล้วเขาก็ออกเดินทางไปและหายตัวไปจากวงการเศรษฐีเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม เมื่อเขากลับมา เพื่อนๆ ถามด้วยความตื่นเต้นว่า ใครคือคนยากจนที่สุดในอินเดียที่จะโชคดีได้รับทรัพย์สมบัติจากเขา คำตอบของท่านเศรษฐีทำเอาเพื่อนๆ ทุกคนอ้าปากหวอด้วยความงงงวยเป็นที่สุดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร…

เศรษฐี “หลังจากใช้เวลาเดินทางไปทั่วทุกแคว้น ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะถวายทรัพย์สมบัติทั้งหมดของผมแก่มหาราชาของเรา”

เพื่อนๆ “อ้าว! งั้นก็ผิดหลักการที่ท่านตั้งไว้เองน่ะสิว่าจะยกสมบัติให้คนที่จนที่สุดในอินเดีย นี่ท่านกลับมายกสมบัติให้กับคนที่รวยที่สุดนะ ท่านเปลี่ยนความคิดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

เศรษฐี “เปล่า! ผมไม่ได้เปลี่ยนหลักการที่ผมตั้งไว้หรอกนะ”

เพื่อนๆ “อ้าว! แล้วมันยังไงกันล่ะท่าน พวกเราสับสนไปหมดแล้ว”

เศรษฐี “ระหว่างเดินทางผมพบผู้คนมากมาย ผมพยายามหาคนที่จนที่สุด ผมพบชาวบ้านอยู่ในกระต๊อบเล็กๆ กลางทุ่งนา เขาเชิญผมไปพักในบ้าน ผมเห็นเขาอยู่กันอย่างพอเพียง แม้จะจนเงินทอง แต่เขาก็มีพออยู่พอกิน มีเมตตาต่อกัน เคารพและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุข ผมเลยต้องสรุปว่า คนอย่างนี้ไม่จนแน่

ทีนี้ผมก็คิดต่อว่าจะเอาอะไรเป็นเครื่องตัดสินความจน พิจารณาแล้วผมเห็นว่า คนที่รู้สึกขาดที่สุด คนที่ไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่ น่าจะถือได้ว่าคนชนิดนั้นเป็นคนที่จน จากนั้นผมก็คิดถึงมหาราชาของเรา ท่านเรียกเก็บภาษีพวกเราเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่เคยพอซักที แล้วยังชอบทำสงครามกับประเทศนั้นประเทศนี้เพื่อขยายอาณาจักรอยู่ตลอดเวลา ผมจึงสรุปว่า มหาราชาเป็นผู้ที่มีเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ ฉะนั้นท่านนั่นแหละเป็นบุคคลที่จนที่สุดในชมพูทวีปนี้ ผมจึงตัดสินใจจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ท่าน”

อ่านเรื่องอื่นๆ จากหนังสือ “โหลหนึ่งก็ถึง: คุณธรรม ๑๒ ประการเพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ”