พ่อค้าจอมโลภ
พบความพินาศเพราะความอกตัญญู

ครั้งอดีตกาล มีพวกพ่อค้าจากแคว้นต่างๆ เดินทางมากรุงพาราณสี ซื้อหาสินค้าได้แล้ว คุยกันว่า แว่นแคว้นไกลแห่งหนึ่งไม่มีสินค้าเหล่านี้ ถ้าพวกเราขนสินค้าไปขายที่แคว้นนั้น จะได้กำไรมหาศาล อุปสรรคมีอยู่อย่างเดียว คือ ต้องเดินทางข้ามแดนกันดาร ดินแดนที่ไม่มีฝนตก ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร แต่ถ้าพวกเราเตรียมเสบียงเดินทางให้พรั่งพร้อม พวกเราจะข้ามไปได้แน่

แล้วพวกเขาก็ตกลงตั้งพ่อค้าคนหนึ่งให้เป็นหัวหน้าการเดินทางไปค้าขายครั้งนี้ และว่าจ้างพวกกองเกวียนชาวพาราณสีให้ขนสินค้า เดินทางเป็นขบวนใหญ่รวม ๕๐๐ เล่มเกวียน

พวกพ่อค้าเดินทางเข้าไปในเขตทุรกันดาร ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีป่า ได้พบเห็นแต่ต้นไทรใหญ่ขึ้นตระหง่านเขียวขจีอยู่ในท่ามกลางดินแดนกันดารนั้น พวกเขาเข้าอาศัยร่มเงาที่มีความเย็นสบาย น่ารื่นรมย์ใจ (อันนาคเนรมิตไว้)

พวกพ่อค้าผู้โง่เขลา ถูกโมหะครอบงำ (= ความโง่ ความประมาทมัวเมาผสมกับความโลภ) คุยกันว่า “ไทรใหญ่ต้นนี้เอิบอิ่มสดชื่นมาก ลำต้นคงบรรจุน้ำอยู่เต็มก็ได้ พวกเราควรลองตัดกิ่งใหญ่สักกิ่งหนึ่ง จะได้รู้ว่าข้างในมีน้ำอยู่หรือไม่?” แล้วให้คนหนึ่งปีนขึ้นไปตัดกิ่งด้านทิศตะวันออก

กิ่งขาดตกลงมา ทันใดนั้น ก็มีน้ำใสสะอาดไหลลงทางกิ่งนั้น พวกพ่อค้าพากันอาบและดื่มจนหายร้อน หายกระหาย

พวกเขาคิดกันว่า พวกเราควรจะตัดกิ่งด้านทิศใต้ดู บางทีอาจมีอะไรๆ ไหลออกมาอีกก็ได้ แล้วให้คนปีนขึ้นไปตัดกิ่งใหญ่ด้านทิศใต้ กิ่งขาดแล้วคราวนี้มีข้าวสาลี ข้าวสุก ขนมกุมมาส แกงอ่อม แก่งถั่ว ไหลออกมากมาย พวกเขาได้เคี้ยวกินบริโภคกันจนหายอยาก

พวกเขาได้ตัดกิ่งไม้เป็นครั้งที่ ๓ ครั้งนี้ให้ตัดกิ่งด้านทิศตะวันตก พอกิ่งขาดตกลงก็มีเหล่าสตรีแต่งตัวสวยงามออกมาบำรุงบำเรอพวกพ่อค้าคนละนาง ส่วนหัวหน้าพ่อค้านั้นมีสตรีบำเรอถึง ๒๕ นาง

พวกพ่อค้าผู้โง่เขลา ถูกโมหะเข้าครอบงำ ตัดสินใจตัดกิ่งไทรเป็นครั้งที่ ๔ คราวนี้ให้ตัดกิ่งด้านทิศเหนือ กิ่งขาดตกลงก็เกิดมีแก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ เงิน ทอง เครื่องประดับ วัสดุปูลาด ผ้ากาสิกพัสตร์ และผ้ากัมพล จำนวนมากมาย พวกเขาเห็นแล้วตัดสินใจนำสินค้าออกจากหมู่เกวียน แล้วขนทรัพย์ที่ได้จากต้นไทรขึ้นเกวียนจนเต็มทั้ง ๕๐๐ เล่ม

แต่แล้ว พวกพ่อค้ากลับยังไม่ยอมเดินทางกลับ ด้วยความโง่เขลาและความละโมบครอบงำ จึงคุยกันว่า ถ้าพวกเราตัดโค่นต้นไทรลง บางทีอาจจะมีของล้ำค่กว่าที่เราได้มาแล้วก็ได้

นายกองเกวียน (=พระโพธิสัตว์ผู้นำกองเกวียน) ฟังแล้วไม่สบายใจ ยกมือไหว้พวกพ่อค้ากล่าวขอร้องว่า “ท่านทั้งหลาย อย่าตัดโค่นต้นไทรเลย ต้นไทรไม่ได้ทำอะไรผิด พวกท่านตัดไป ๕ กิ่งแล้ว และแต่ละกิ่งนั้นก็ให้สิ่งที่น่าปรารถนาแก่พวกท่านทั้งหมด เท่านี้พวกท่านก็ร่ำรวยกันแล้ว ขออย่าตัดโค่นเลย บุคคลนั่งหรือนอนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่ควรหักรานกิ่งก้านของต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม”

พวกพ่อค้าไม่สนใจคำคัดค้านของนายกองเกวียน ซึ่งคัดค้านอยู่เพียงคนเดียว พวกเขาต่างถือขวานเตรียมการจะโค่นต้นไทร

ครั้งนั้น พญานาคเห็นการกระทำของพวกพ่อค้าที่เข้าไปอยู่ใกล้ต้นไทร… แล้วคิดว่า “ตอนพวกเขาลำบาก เราก็ช่วยบันดาลสิ่งที่น่าปรารถนาต่างๆ ให้แก่พวกเขา บัดนี้ พวกเขากลับพูดว่าจะตัดโค่นต้นไทรทิ้ง ช่างละโมบเหลือเกิน เราจะฆ่าพวกเขาให้หมด เว้นแต่ชีวิตของนายกองเกวียนคนเดียว”

แล้วพญานาคราชก็สั่งเคลื่อนพลนาค คือแปลงเป็นทหารสวมเกราะ ๒๕ นาย ถือธนู ๓๐๐ นาย ถือโล่ทำด้วยหนัง ๖,๐๐๐ นาย สั่งว่า “พวกท่านจงจับคนพวกนี้มัดแล้วฆ่าเสีย อย่าให้รอดชีวิต ให้เหลือไว้เพียงแค่นายกองเกวียนคนเดียวเท่านั้น”

พลนาคให้ทำตามคำสั่ง ฆ่าพวกพ่อค้าและพวกกองเกวียน คงเหลือไว้เพียงนายกองเกวียน แล้วช่วยกันขับพาขบวนเกวียนที่บรรทุกทรัพย์ต่างๆ กลับไปกรุงพาราณสี ถึงแล้วมอบเกวียนบรรทุกทรัพย์ทั้งหมดให้นายกองเกวียน แล้วกล่าวลากลับไปสู่นาคพิภพของตน

พระพุทธเจ้าตรัสเล่าชาดกเรื่องนี้จบแล้วตรัสสอนว่า

“คนฉลาดพิจารณาเห็นประโยชน์ของตน ไม่พึงตกไปสู่อำนาจของความโลภ พึงกำจัดใจที่เป็นศัตรูภายใน (=โลภะประเภทต่างๆ เช่นความอยากได้รูปหรือเสียง เป็นต้น)

ผู้เห็นภัยรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ยึดมั่น มีสติ ดำเนินชีวิตอยู่เถิด”

ดู มหาวาณิชชาดก
ขุ.ชา.ปกิณณกนิบาต ข้อ ๑๙๙๐-๑๙๙๓, ชา.อ.๑/๖/๔๕๓-๔๖๐)

 

คติสำคัญของเรื่อง
โลภเกินไป มิตรก็จะกลายเป็นศัตรู