คำถามที่ ๕๕

ขอพระอาจารย์โปรดเมตตาแนะนำวิธีที่ช่วยให้จิตรวมเป็นสมาธิเร็วขึ้น นั่งตั้งนานพอจิตเริ่มรวม ลมหายใจละเอียดก็กระดิ่งพอดี

คำตอบ

นี่เป็นข้อจำกัดของการนั่งเป็นกลุ่ม หรือการที่มีกำหนดเวลาบังคับ ถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่จำเป็นต้องดูนาฬิกาก็นั่งจนกระทั่งรวมได้ ถ้าอยู่อย่างนี้ต้องทำใจบ้าง แต่เรื่องจะทำให้เร็วขึ้นก็ไม่แน่นอนว่าจะทำได้หรือไม่เพราะเป็นเรื่องของกำลังจิต อาตมาขอแนะนำนิดหน่อยว่า ตอนเริ่มนั่งไม่จำเป็นต้องดูลมหายใจหรือกำหนดอารมณ์กรรมฐานของตนทันที พยายามมาย้ำเรื่องนี้บ่อยว่าต้องเตรียมใจก่อน ถ้าจิตใจยังอยู่ในสภาพที่หยาบเราจะให้จิตทำงานละเอียด มันเป็นการฝืนมากเกินไป สิ่งที่ต้องการคือความพอใจความยินดี ความกระตืนรือร้น ต้องการให้มีเป้าหมายชัดเจน ต้องการให้ระมัดระวังสิ่งที่มักจะเป็นปัญหาบ่อยๆ

อย่างเช่นถ้าเรานั่งสมาธิในช่วงที่มีปัญหาที่ทำงานหรือกำลังมีเรื่องวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แทบทุกครั้งที่นั่งสมาธิเรื่องนั้นมักจะผุดขึ้นมาเป็นอุปสรรค ก่อนที่เราเริ่มกำหนดลมหายใจต้องคุยกับตัวเองเสียก่อนว่า ช่วงนี้ ๓๐ นาที ๔๕ นาที หนึ่งชั่วโมงต่อจากนี้ เป็นชั่วโมงของการฝึกจิตให้สงบ เราจะไม่คิดเรื่องนั้น เรื่องที่ทำงาน เรื่องที่เรากำลังกังวลอยู่ ไม่ใช่เวลา ต้องตกลงกับตัวเองเสร็จแล้ว เรานั่งสมาธิ ถ้าความคิดนั้นผุดขึ้นมา สัญญาจากตอนต้นนั้นที่ว่าเราจะไม่คิดเรื่องนั้นมันจะตามมาทันที มันจะสะกดรอยแล้วบอกว่าไม่ ไม่เอา เพราะเราเพิ่งตกลงเมื่อกี้ว่าเราจะไม่คิดเรื่องนั้น มันจะเร็วมาก ยังไม่ทันปรุงแต่งยังไม่ถึงหลงใหลกับความคิดนั้น ข้อตกลงจากเมื่อกี้นี้จะเกิดขึ้น ดับความคิดนั้นได้ นี่ก็เป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง

เราก็รู้ถ้าเรามีเรื่องหลักใจ เรื่องนั้นมักจะกลับมารบกวน เบื้องต้นของการทำสมาธิ เราก็เตรียมตัวไว้ก่อนนะว่าเราจะไม่คิดเรื่องนั้น เราจะไม่ยินดีเพราะความคิดที่เกิดขึ้นดับไปในจิตใจ อันนั้นก็ยังไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาคือเรายินดีต้อนรับแล้วสานต่อ เราจะห้ามไม่ให้เกิดเลย เราห้ามไม่ได้ แต่เราห้ามยินดีห้ามต้อนรับได้ อันนี้เราก็คุยกับตัวเองก่อน ยังไม่ทันเริ่มหรือกรณีที่ช่วงนี้กำลังมีปัญหากับความง่วง เราก็รู้ว่าครั้งนี้เราต้องเจอกับความง่วงแน่ เพราะทุกครั้งที่นั่งมันชอบง่วง เราต้องระมัดระวังให้มากอย่าให้ง่วง ไม่ต้องคิดเอาสมาธิอะไรมาก เอาแค่ว่านั่งไม่ให้ง่วงเป็นเป้าหมายก่อน ทำอย่างไรเราจึงนั่งไม่ให้ง่วง

พอเรามีความระมัดระวังมากเรื่องความง่วง ถือเป็นเป้าหมายทีเดียว พอมันเริ่มมีอาการเราจะรู้สึกเราจะไวต่อความเกิดขึ้นต่ออารมณ์คือความง่วง เราจะป้องกันและแก้ไขได้ทัน ถ้าร่างกายนั่งอยู่ในอิริยาบถที่เหมาะสม สำรวมจิตใจแล้วบางทีเกิดความเบื่อก็เป็นได้บางทีก็เฉยๆ ถ้าเราไม่ได้สังเกตอารมณ์นี้ซึ่งมันอยู่เป็นเบื้องหลังหรือเป็นความคิดที่เป็นฉากแล้ว มันจะมีผลต่อการทำสมาธิจะทำให้ชักช้า ถ้าเราจับความรู้สึกที่เป็นอกุศลเหล่านี้ได้ตั้งแต่แรก แล้วหากุศโลบายที่จะจัดการความรู้สึกเหล่านี้จนกระทั่งเกิดความตั้งอกตั้งใจในการฝึกจิตให้สงบ อันนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้สงบเร็วขึ้น

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร