คำถามที่ ๔๘

สมถะภาวนาเปรียบเหมือนการหยุด ขณะที่วิปัสสนาภาวนาเหมือนการดู ในชีวิตการทำงานหากเราต้องการมีสติ ขณะที่สงบเพื่อให้มีปัญญาพิจารณาใคร่ครวญเรื่องงานว่าควรปฏิบัติอย่างไร นั่งสมาธิให้จิตรวมแล้วจึงเริ่มพิจารณาเรื่องงานหรืออย่างไร

คำตอบ

เรื่องนี้คงจะแล้วแต่งาน แล้วแต่วาระ เพราะว่างานบางอย่างเกิดกะทันหันไม่มีเวลาเตรียมพิจารณาล่วงหน้า เราต้องมีสติอยู่กับตัวพอที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ นั่นมันจะขึ้นอยู่กับสติ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ มันก็จะง่ายขึ้นคล่องแคล่วขึ้น แต่ถ้าเรามีเวลานั่งสมาธิเป็นบางโอกาสเป็นบางเวลาแล้วพิจารณางานก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เช่น ตอนเช้าก่อนเริ่มงาน ไม่ต้องนั่งนานแค่สัก ๕ นาที แล้วก็รวบรวมพิจารณาว่าวันนี้มีงานอะไรบ้าง ควรจะทำอะไร และอีกครั้งหนึ่งตอนเลิกงาน ก่อนจะเลิกเราก็ทบทวน วันนี้เราได้ทำอะไรบ้าง ปัญหา ข้อผิดพลาดอะไรบ้าง บทเรียนอะไรบ้างน่าจะดี

มีอีกวิธีหนึ่ง เรียกว่านอกเหนือจากนี้แล้ว ในระหว่างการทำงานถ้าเราได้หยุดเป็นระยะๆ ทุกชั่วโมง สองชั่วโมงหยุด ดูลมหายใจเข้า ลมหายใจออกสัก ๒-๓ นาที คือไม่นานจนเราเสียงาน จนสะดุดในการทำงาน แต่ถ้าเรามีโอกาสจะหยุด นอกจากการนั่งโต๊ะที่ออฟฟิศ เป็นต้น เวลาเราต้องเดินจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง ตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง หรือว่ายืนอยู่ในลิฟต์ก็ใช้เป็นเวลาดูลมหายใจกำหนดพุทโธ พอเรารวบรวมสติก็เป็นการตั้งต้นใหม่ บางทีก็จะมีอะไรค้างอยู่ในใจหรืออะไรที่มันอยู่ใต้สำนึก กำลังกังวลหรือเรากำลังรู้สึกควรจะจัดการน่าจะผุดขึ้นมาได้

โดยสรุป หาเวลาที่รวบรวมเป็นระยะๆ แต่ว่าแต่ละระยะไม่ต้องยาวเหมือนตอนที่เรานั่งสมาธิทั่วไป ถ้าเรามีเวลาสำหรับพิจารณางานโดยเฉพาะ การนั่งสมาธิก่อนนี้ก็ดี ในชีวิตประจำวันถ้าเราได้หยุดครั้งละนาทีสองนาที ชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วแต่โอกาสจะเป็นสิ่งที่ดีมาก แล้วก็ใช้เวลาเรียกว่าเวลาที่ปกติเราใช้ไม่เกิดประโยชน์ เช่น การเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เดินจากตึกออกไปข้างนอก ไปในรถ ยืนอยู่ในลิฟต์ พวกนี้เป็นการตั้งสติใหม่

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร