คำถามที่ ๔๖

ถ้าชีวิตปัจจุบันมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ทั้งด้านการงานครอบครัวและทรัพย์สิน โดยอายุยังไม่ถึง ๕๐ ปี ควรตั้งเป้าหมายชีวิตที่เหลืออย่างไร

คำตอบ

ก็ให้เจริญด้วยศีล ด้วยสมาธิ สติ ปัญญา ให้ดียิ่งขึ้นไป แล้วสร้างประโยชน์ตนให้ถึงพร้อม ประโยชน์ตนก็อย่างหนึ่ง ประโยชน์ครอบครัว ประโยชน์คนอื่น ประโยชน์ชุมชน ประโยชน์สังคม เราก็ทำสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นมากขึ้น แต่การที่ชีวิตของเราอายุยังไม่ถึง ๕๐ ปี เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะอยู่อีกนานเท่าไร คือตอนนี้คนจะเชื่อว่ามาตรฐานของอายุเฉลี่ยว่าควรจะ ๗๕ ขึ้นไป เหมือนกับว่ามีสิทธิ์ที่จะอยู่นานขนาดนั้น ถ้าใครไม่ถึง ๗๕ ก็อาจจะว่าไม่น่าอายุแค่นั้น เหมือนกับว่าถูกหลอก ไม่ได้ครบตามอายุที่ควรจะได้ นี่ได้ ๕๐ ก็ดีแล้วนะ

ตอนที่หลวงพ่อชาท่านอัมพาตใหม่ๆ ท่านรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ถ้าช่วยท่านไม่ได้ คณะสงฆ์ก็จะนำท่านกลับไปมรณภาพที่วัด ไม่อยากให้ท่านมรณภาพที่จุฬาฯ ทางวัดเขาสร้างกุฏิพยาบาล พวกเราก็คิดว่าจะช่วยพยาบาลท่านจนถึงวาระสุดท้าย พวกหมอและพระก็คาดว่าคงไม่ถึงปี คิดว่าอย่างนั้น เราก็เตรียมตัวที่จะรับกับการมรณภาพของท่าน ท่านอยู่ได้ ๑๐ ปี แต่พวกเราหลายๆ คนตายก่อนท่าน

เรื่องอายุนั้น เราถือว่าความยืนยาวของอายุคงไม่แน่นอน แต่เราน่าจะคิดว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน ยังไม่ต้องว่าถึงเรื่องการงาน ครอบครัว ทรัพย์สินเงินทอง คนส่วนใหญ่คงต้องการอยู่แล้ว อาตมาคิดว่าเราน่าจะ ต้องการชีวิตที่จะไหว้ตัวเองได้ เราทำให้ถึงขั้นนั้นหรือยัง ที่จะไหว้ตัวเองได้ สร้างประโยชน์ตนด้วย สร้างประโยชน์คนอื่น สร้างประโยชน์สังคม และสร้างประโยชน์รับใช้พระศาสนาด้วย นั่นก็จะดีมาก

แต่ที่สำคัญก็คือ คนเราถ้ายังไม่ถึงขั้นพระโสดาบัน เรายังอยู่ในเขตอันตราย รับรองตัวเองไม่ได้ ชั้นโสดาบันซึ่งคฤหัสถ์ที่รักษาศีลห้าสามารถเข้าถึงได้ จะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อในการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ถ้าปฏิบัติไปถึงขั้นโสดาบันแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะตกนรก เป็นไปไม่ได้ที่จะต้องเกิดเป็นผี เป็นเปรต เป็นสัตว์เดรัจฉานต่อไป ถ้ายังไม่ถึงขั้นนั้นเรียกว่ายังรับรองตัวเองไม่ได้ เราอาจจะคิดว่าเราเป็นคนดี ไม่เคยทำบาปกรรม อย่าด่วนสรุป เราอาจจะดีเพราะสิ่งแวดล้อมช่วยให้เราดี ถ้าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปในทางช่วยกระตุ้นกิเลส มันจะเป็นอย่างไร เรารับรองตัวเองได้ไหมว่าจะไม่เปลี่ยนไปในทางต่ำลง

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร