นางโรหิณีเป็นธิดาพราหมณ์ผู้มีทรัพย์มากคนหนึ่งในกรุงเวสาลี

ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่กรุงเวสาลี นางได้ข่าวแล้วไปเข้าเฝ้าฟังธรรมในพระวิหาร บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระโสดาบัน กลับมาบ้านก็พูดถึงแต่ความดีของพระสมณะ และความน่าเลื่อมใสของพระสมณะให้บิดาให้ยินบ่อยๆ

วันหนึ่ง พราหมณ์ผู้เป็นบิดาถามว่า…

“ลูกเอ๋ย เจ้าหลับก็พูดว่าสมณะๆ (=พูดถึงแต่สมณะจนหลับไป) ตื่นขึ้นมาก็ยังพูดว่า สมณะๆ เจ้าเอ่ยถึงแต่สมณะ เห็นทีว่าเจ้าจะบวชเป็นสมณะแน่ๆ ลูกโรหิณี เจ้าให้ข้าวให้น้ำแก่พวกสมณะอย่างมากมาย พ่อขอถามหน่อย เพราะอะไร พวกสมณะจึงเป็นที่รักของเจ้า?

สำหรับพ่อแล้ว พ่อเห็นว่า พวกสมณะไม่ชอบทำงาน เกียจคร้าน อาศัยเลี้ยงชีพแต่ของที่คนอื่นให้ หวังแต่จะได้จะเอา ชอบแต่ของอร่อยๆ แต่ทำไมพวกสมณะยังเป็นที่รักของเจ้า?”

นางโรหิณีตอบว่า

“คุณพ่อถามไล่เรียงกับลูกเรื่องคุณของสมณะ (=ภิกษะทั้งหลาย) ลูกจะบอกให้พ่อทราบถึงปัญญา ศีลและความพากเพียรของสมณะเหล่านั้นแก่พ่อดังนี้

สมณะทั้งหลาย ชอบทำการงาน (=ทำสมณกิจ) ไม่เกียจคร้าน ทำแต่การงานที่ประเสริฐสุด (=สมณกิจที่นำมาซึ่งนิพพาน) จึงละราคะโทสะได้ เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก

สมณะทั้งหลายกำจัดมูลรากทั้งสาม (โลภะ โทสะ โมหะ) ทำแต่การงานที่สะอาด (= งานที่ไม่มีโทษ) จึงละบาปนั้นได้หมด (= เพราะบรรลุพระอรหัตเป็นพระอรหันต์) เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก

กายกรรมของสมณะเหล่านั้นสะอาด วจีกรรมก็สะอาด มโนกรรมก็สะอาด เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก…”

บิดาฟังคำสรรเสริญคุณความดีของภิกษุทั้งหลายแล้ว กล่าวสรรเสริญบุตรสาวว่า

“โรหิณีลูกรัก ลูกเกิดมาเพื่อประโยชน์แก่ตระกูลของพวกเราหนอ ลูกมีความเชื่อมีความเคารพอย่างแรงกล้าในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์

เพราะลูกรู้จักพระรัตนตรัยนั้นว่า เป็นบุญเขตอันยอดเยี่ยม หวังว่าสมณะเหล่านั้นจะรับทักษิณาทานของพ่อบ้าง เพราะว่ายัญคือบุญ (= การให้, การถวาย) ที่ตั้งไว้ในสมณะเหล่านั้นจะมีผลไพบูลย์แก่พวกเราแน่ๆ”

นางโรหิณีกล่าวธรรมแก่บิดาว่า

“ถ้าพ่อกลัวความทุกข์ เกลียดความทุกข์ พ่อก็จงถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ผู้คงที่ เป็นสรณะ จงสมาทานศีลเถิด เพราะจะเป็นประโยชน์แก่พ่ออย่างเดียว (ปราศจากโทษ)”

พราหมณ์ผู้เป็นบิดาจึงกล่าวขอถึงสรณะ และสมาทานศีลว่า

“พ่อขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ผู้คงที่เป็นสรณะ ขอสมาทานศีลเพราะจะเป็นประโยชน์แก่พ่อ”

ต่อมา นางโรหิณีขออนุญาตบิดามารดาออกบวชเป็นภิกษุณี บำเพ็ญเพียรอยู่ไม่นานก็บรรลุพระอรหัต

ฝ่ายบิดาก็ใส่ใจพิจารณาถึงทุกข์ประเภทต่างๆ อยู่เนืองๆ เกิดความสลดใจ ออกบวช บวชแล้วไม่ประมาท เจริญสมณธรรม ก็บรรลุพระอรหัตเป็นพระอรหันต์ แล้วกล่าวอุทานธรรมว่า

“เมื่อก่อน พ่อเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ (=นับถือพราหมณ์ เป็นพราหมณ์โดยชื่อ) บัดนี้พ่อได้เป็นพราหมณ์แท้ (=ลอยบุญลอยบาปได้แล้ว ปราศจากกิเลสในขันธสันดานแล้ว) มีวิชชา ๓ (เช่นระลึกชาติได้) และเป็นผู้ลอยบาปแล้ว”

 

คติสำคัญของเรื่อง

ที่พึ่งที่เป็นเพียงคำบอกเล่า
ที่พึ่งที่เห็นด้วยสายตา ที่พึ่งที่ถึงด้วยวาจา
ไม่เท่าที่พึ่งที่สูงสูดที่ถึงปัญญาประจักษ์