คำถามที่ ๒๘

ขอคำแนะนำจากพระอาจารย์สำหรับเด็กที่ติดเรื่องการเล่นเกม นอนดึก ชอบน้ำอัดลม และรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารขยะประเภทต่างๆ

คำตอบ

ส่วนมากเรื่องเหล่านี้อยู่ในเรื่องของ การภาวนา การพัฒนากายการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์กับโลกวัตถุเรื่องเทคโนโลยีเรื่องการเล่นเกมเป็นเรื่องของครอบครัว แต่ละครอบครัวจะมีนโยบายอย่างไร เมื่อตกลงกันในนโยบายว่าเราเล่นเกมเมื่อไหร่บ้าง เล่นได้นานเท่าไหร่ เราก็เคารพในกติกานั้น ซึ่งธรรมดาของเกมเขาก็อยากทำให้เราติดใจ ทำให้เราสนุก

บางทีบ่อยครั้งเมื่อเราจะต้องเลิกเล่น เรามักอยากจะเล่นต่อ ถ้าเราเป็นผู้ที่ฝึกตัวเองเป็นแล้ว เราก็สักแต่ว่ารู้ว่าอยาก อยากเล่นต่อ เพราะความอยากเล่นต่อก็เป็นแค่ความรู้สึกอย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องทำตาม เป็นอาการของมันอย่างนี้ พอหมดเวลาก็อยากให้มีต่อ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อยากอย่างนั้น แต่เราจะไม่ให้มีต่อ

การกำหนดเวลาก่อนเล่นมันก็ดีเหมือนกัน อย่างเช่น เรากำหนดว่า เราจะเล่นเกม ๓๐​ นาที หรือ ๑​ ชั่วโมงก็แล้วแต่ คือกำหนดเวลาล่วงหน้า และให้รักษาเวลาที่ตัวเองกำหนดไว้ ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่บอกว่าให้เล่นได้ ๑​ ชั่วโมง เป็นต้น เราก็ฝึนคำสั่งของพ่อแม่ ไม่ต้องทำตามที่พ่อแม่ท่านขอไว้ เราก็จะกำหนดของเราเองว่าเราจะเล่น ๕๙ นาที เรียกว่าฝืนคำสั่งของพ่อแม่ พ่อแม่ให้เล่น ๑ ชั่วโมง เราก็เล่น ๕๙ นาที ก็ดูนาฬิกา ก็เรียกว่าเป็นการกำหนดตารางเวลาของตัวเอง

เรื่องนอนดึกเกินเวลาห้าทุ่ม เราต้องรู้จักแยกแยะเวลานอน เวลาเล่น เวลาเรียน เรียกว่าเป็นผู้รู้กาลเทศะใช่ไหม ปกตินี่เราตื่นกี่โมง ตอนเช้า ๖ โมง ๖ โมงครึ่งนะ กำลังดี ถ้าอย่างนั้น ถ้าจะตื่น ๖ โมงเช้า ควรจะนอนสักกี่ทุ่ม ๒ ทุ่มครึ่งนะเยอะเหมือนกัน อาตมาว่าถ้านอน ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่มก็ได้ แต่ถ้ามากกว่านั้น เราขาดการพักผ่อน คิดอะไรก็คิดไม่ออก ไม่ฟุ่งซ่านก็ง่วง สังเกตคนนอนมากจะฟุ้งซ่าน หงุดหงิด รำคาญ ถ้าคนนอนน้อยก็จะง่วง จิตใจไม่ค่อยโปร่งใส เราต้องหาความพอดีสำหรับตัวเอง นอนเท่าไหร่กี่ชั่วโมง ก็พยายามศึกษาหาความพอดีสำหรับตัวเอง

ที่สำคัญเวลาจะหลับ ต้องกำหนดเวลาตื่น ถ้านอน ๔ ทุ่ม เราก็กำหนดว่าพรุ่งนี้เช้าต้องตื่น ๖ โมงเช้า ถ้าทำอย่างนี้ไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก มันจะมีการปลุกอยู่ในตัวของเราเป็นอัตโนมัติเลย รู้ตัวแล้ว ตื่นแล้ว พลิกไปนอนต่อเป็นนิสัยไม่ดี แล้วจะฝัน ที่ฝันอะไรแปลกๆ มักจะเป็นช่วงนี้ ถึงเวลาลุกแล้วไม่ยอมลุกกลับนอนต่อ

การดื่มน้ำอัดลมต่างๆ เด็กๆ รู้ไหมในหนึ่งกระป๋องมีน้ำตาลกี่ช้อน มีใครรู้ไหม คำตอบคือ ๗-๘ ช้อน ซึ่งมากอยู่ กินมาก กินเกินย่อมไม่ดีต่อสุขภาพ เราต้องระมัดระวังเรื่องการกินน้ำตาล เขาทำน้ำอัดลมเขาก็มีความประสงค์ว่ากินแล้วไม่อิ่ม เพราะถ้าอิ่มแล้วเขาก็ขายได้กระป๋องเดียวใช่ไหม เขาก็ต้องผลิตในลักษณะที่ว่า กินแล้วอยากกินอีก ซึ่งมันต่างกันมากกับการกินน้ำ ถ้ากินน้ำกินของธรรมชาติ อิ่มแล้วก็อิ่ม หมดเรื่องการบริโภคน้ำอัดลมมากๆ จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สุขภาพกายด้วย สุขภาพใจด้วย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดมีปัญหาในพฤติกรรมของเด็ก

หน้ารวมหนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร