คำถามที่ ๒๗

ถ้าครูจะฝึกเด็กในเรื่องการสวดมนต์ให้ยาวมากขึ้นเป็นลำดับ จนเกิดสมาธิ และความเพียรเพิ่มมากขึ้นนั้น เราควรใช้วิธีหรือเทคนิคใดในการฝึกที่จะไม่ให้เด็กเกิดความคิดในเชิงลบกับการสวดมนต์

คำตอบ

อาตมาไม่แน่ใจเหมือนกันที่ว่าจะให้ยาวขึ้นเรื่อยๆ ว่าต้องการให้ยาวขนาดไหน ต้องหาความพอดีกับเด็กแต่ละรุ่นอายุ ซึ่งไม่เหมือนกัน สมาธิกับความตั้งใจต้องให้พอดี บทสวดมนต์มีมากมาย ให้เลือกบทที่เหมาะสม การสวดมนต์ก็มีผลดีต่อชุมชน เป็นการ่วมกันตอนเช้า ประสานเสียงกับสวดก็มีความรู้สึกว่าเราเป็นหมู่คณะที่พร้อมเพรียงกัน มีผลดีอย่างนั้น ถ้าเวลามีจำกัด อาตมาคิดว่าการทำสมาธิจะสำคัญกว่า ให้หาความพอดีระหว่างการทำวัตร สวดมนต์ กับการทำสมาธิ การทำวัตรสวดมนต์ ก็เป็นสมาธิแต่ระดับอ่อนอยู่ คือยังใช้ความคิด ยังใช้ภาษา ซึ่งยังไม่สงบ

การฝึกให้นั่งสมาธิคือไม่ต้องคิดอะไร เราต้องการให้เด็กได้สัมผัสการที่ไม่คิดอะไรโดยที่ยังมีสติอยู่ ส่วนมากจะรู้แต่ความคิด หรือไม่รู้ตัวตอนนอนหลับ แต่มันยังมีภาวะหนึ่งที่ว่า “ไม่คิด แต่ ไม่หลับ” สำหรับเด็กๆ บางทีเดินจงกรมจะดีนะ เพราะว่าจะให้นั่งนิ่งๆ คงจะยาก การเดินจงกรมเป็นอริยาบทเคลื่อนไหว แต่จะให้จิตสงบได้ยากกว่า เพราะฉะนั้นอาจจะต้องมีครูคอยคุม ค่อยๆ ให้ข้อคิดว่า อย่าลืมพุทโธนะ อยู่กับพุทโธนะ ๒๐-๓๐ วินาที

อาตมาว่าวิธีที่ดีสำหรับเด็กเบื้องต้น ใช้แบบโกเอ็นก้าก็ได้ ให้แสกนร่างกายตั้งแต่ศีรษะลงไปทุกส่วน และครูก็คอยบอก เช่นให้เอาสติอยู่ที่บนศีรษะ ให้รู้สึกตรงนั้นว่ามีความรู้สึกอะไรบ้าง และก็สั่งทางขวา ทางซ้าย ข้างหลัง ความรู้สึกที่หน้าผาก ความรู้สึกที่จมูก ความรู้สึกที่ริมฝีปาก ไปเรื่อยๆ ให้เขาตามไปเรื่อยๆ คือมันจะมีความเปลี่ยนแปลงมีอะไรๆ ให้เขาสนใจ แต่ว่ามันจะอยู่กับร่างกาย ทำให้เขารู้สึกต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย คือไม่ต้องทำอะไร สักแต่ว่ารับรู้ แล้วก็จะผ่อนคลาย สแกนทั้งหมดแล้ว รู้สึกทั้งร่างกาย หายใจเข้า หายใจออกสบายๆ ก็จะช่วยให้เด็กผ่อนคลาย ถ้าสอนเด็กได้ตั้งแต่อนุบาล พอเขาอายุมากขึ้น เขาเครียดจากการเรียน เขาก็สามารถทำเอง ปล่อยวางความเครียดในส่วนต่างๆ ได้

หน้ารวมหนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร

#ชยสาโรภิกขุ #คลายปม #พระอาจารย์ชยสาโร #สมาธิ #เด็ก #สวดมนต์ #ความเพียร #ความพอดี #ร่างกาย #สติ