คำถามที่ ๑๓

โบราณสอนว่าถ้าลูกเถียงคำสอนพ่อแม่จะเป็นบาป แต่ถ้าลูกเถียงด้วยเหตุผล และพูดในสิ่งที่ถูกต้องจะเป็นบาปหรือไม่

คำตอบ

ข้อที่หนึ่ง ต้องดูเจตนาของตัวเอง ข้อสอง ถึงแม้ว่าเรามีเหตุผล บางทีเรายังมีบางสิ่งบางอย่างที่เรายังนึกไม่ถึง คิดไม่ทัน อาจจะมีความรู้บางอย่างที่เรายังไม่มีก็ได้ บางทีเหตุผลของเราอยู่ในกรอบที่แคบก็ได้ นั่นคือว่าเราก็ถือหลักเสมอว่า “เราอาจจะผิดก็ได้ๆ” อย่าไปมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าเราเป็นฝ่ายมีเหตุผล เราอาจจะผิดก็ได้ เราคิดว่าจะพูดในสิ่งที่ถูก เราก็ต้องคิดดีๆ ก่อนด้วยว่าสิ่งที่พูดจะเกิดผลอะไรบ้างไหม

บางทีเรามั่นใจว่าเราถูกแล้วท่านผิด แต่พูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่กลับสร้างปัญหามากขึ้น ท่านก็หาว่าเราไม่เคารพ เราไม่นับถือ รู้จักว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด บางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ต้องพูดก็ได้ ให้ถูดน้อย แต่ถ้าพูดก็ต้องฉลาดในเรื่องกาลเทศะ และต้องฉลาดในเรื่องอารมณ์ตัวเอง ถ้ารู้สึกร้อน รู้สึกมีอารมณ์ อย่าเพิ่งพูด รอจิตใจเราเย็นก่อน แล้วก็ดูว่าจะพูดเรื่องนี้กับท่านจะพูดเวลาไหน พูดอย่างไรจึงจะดี

ในบางเรื่องถ้ารู้สึกว่าเราอารมณ์เราร้อนมาก ทุกครั้งก็ตั้งใจจะพูดดีๆ พูดไปพูดมาอารมณ์มันแรงขึ้นๆ อย่างนี้จะทำอย่างไรดี บางทีต้องมีเพื่อนที่ดีเป็นกรรมการนั่งเป็นเพื่อน ช่วยได้เหมือนกัน สำหรับบางเรื่องอาจต้องถามว่าจำเป็นไหมที่จะต้องพูดเอง หรือจะให้คนอื่นพูดให้เรา บางเรื่องบางทีต้องอนุโลมต้องยอมถ้าไม่ใช่เรื่องผิดศีล บางเรื่องเราอาจจะไม่เห็นด้วย หรือว่าขัดข้อง บางทีต้องยอมในบางเรื่อง ที่ไม่ควรยอมก็คือในเรื่องของศีลธรรม ข้อพิจารณาอีกประการหนึ่ง จะดูว่าเหตุผลเราถูกหรือไม่ ให้เชื่อ ให้เทียบกับคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่แน่นอน

หนังสือ “คลายปม ๑” พระอาจารย์ชยสาโร

หน้ารวมหนังสือ “คลายปม ๑”